[Boyfriend FanFiction] Gravity :: Part 7 ::
posted on 10 Dec 2011 23:08 by zakuro in Fiction
Gravity
By Irodori
Part 7:
...ถ้าไม่ใช่เดทหนึ่งวัน...ก็หนึ่งจูบครับ...
ริมฝีปากสีสดเฉียดใกล้เข้ามาทีละน้อย นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องอย่างตรงไปตรงมา...ไม่ได้ข่มขู่ ไม่มีแววหยอกล้อ...แต่จริงจัง...
ให้เป็นสองอย่างแรกซะยังจะดีกว่า!
พอคิดแบบนั้น เขาก็ร้องโวยวาย เค้นแรงดิ้นสุดตัว งานนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ถ้าไอ้เด็กแก่แดด(ที่ถึงจะอ่อนกว่าแค่ปีเดียวก็เถอะ)มันทำจริงๆ ล่ะก็ อีจองมินคนนี้จะตามจองล้างจองผลาญมันไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว!
กล้าดียังไงถึงคิดจะมาพรากความบริสุทธิ์ไปจากริมฝีปากของฉันน่ะไอ้บ้า!
ทันใดนั้น ดวงตาสีน้ำตาลก็เปิดพรึ่บขึ้นมาทันที จองมินกระพริบตาปริบๆ มองเพดาน...ฝันไปเหรอเนี่ย...เป็นประสบการณ์อันเลวร้ายที่ตราตรึงขนาดเก็บเอามาฝันแบบนี้ ถ้าเกิดโดนจูบขึ้นมาจริงๆ เขาต้องจ้างคนไปเก็บไอ้แฝดน้องตัวแสบนั่นแน่ๆ ไม่สิ ให้จับตัวมาก่อนดีกว่า แล้วอีจองมินผู้ยิ่งใหญ่จะจัดการให้ก้มหัวขอขมาให้ได้ ไม่งั้นไม่ให้ตายสบายๆ แน่นอน
คิดเพ้อเจ้อไปกันใหญ่...เขาถอนหายใจ ที่ไฟห้องยังสว่างแบบนี้ทั้งที่ง่วงขนาดเผลอหลับไปก็เพราะคำที่อีกฝ่ายประกาศมาเมื่อเย็นนั่นแหละ
จะโทรมา ไม่ก็จะไปบอกที่ห้องเรียนพรุ่งนี้...อย่างหลังนั่นฝันไปเถอะ! แน่จริงโทรมาคืนนี้ซะเลยนะเว้ย! ฉันจะรอรับทั้งคืน ไม่ให้อ้างได้ว่าโทรมาแล้วพี่ไม่รับสายเองเลยต้องมาบอกที่ห้อง
แต่นี่มันก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว...จองมินมองนาฬิกาแล้วพาลจะเดือดขึ้นมาอีกรอบ แบบนี้เมื่อไรจะหายเป็นแพนด้าวะ! โทรมาชาติหน้าเลยไหมไอ้โจหนึ่ง! ถึงจะไม่ได้พูดออกมาว่าจะโทรแน่ แต่ถ้าเอ่ยปากเป็นหนึ่งในทางเลือกมาแล้วต้องโทรสิ! โทรดิวะ! พรุ่งนี้พรุ่งเน้ออะไรไม่ต้องโผล่มา! ไม่อยากเห็นหน้า! เดี๋ยวก็ปาด้วยยางลบเลย!
ยิ่งคิดของยิ่งขึ้น อยากจะโทรไปสาปแช่งโจกวังมินให้ฮยอนซองฟัง แต่เพื่อนก็คงจะหลับแล้ว โทรไปพูดกันรู้เรื่องแค่สามวินาทีแล้วมันก็คงหลับคาสายแน่ๆ แบบนี้พูดกันหมอนเลยดีกว่า ไม่เปลืองค่าโทรด้วย
จองมินในชุดนอนลายทางสีฟ้าอ่อนนั่งหงุดหงิดคำรามอยู่บนเตียงสักพักก็เริ่มคิดได้
แล้วมันเรื่องอะไรที่ท่านอีจองมินคนนี้ต้องมานั่งรอสายไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพรรค์นั้นด้วย! อีจองมินผู้ยิ่งใหญ่ไม่เห็นต้องรอให้อีกฝ่ายเดินหน้าเลย ในเมื่อจะต้องไปแล้ว ไม่ต้องไปคงไปแคร์ จะมานั่งทำตัวสะดีดสะดิ้งรอสายมันทำซากอะไร แฟนหรือก็ไม่ใช่! โทรไปก่อนเลยหมดเรื่อง!
ฉันไม่ให้แกคุมเกมหรอกเว้ย! คอยดูนะไอ้โจหนึ่ง! ไอ วิล เมก เดอะ เฟิร์ส มูฟ!
เร็วเท่าความคิด จองมินคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาทันทีก่อนจะเรียกดูหมายเลขสุดท้ายที่โทรออก ไอ้เบอร์ประหลาดนี่ไม่มีทางเป็นของใครอื่นไปได้ เบอร์ของไอ้ปีศาจโจหนึ่งคนเดียวเท่านั้น!...คิดแล้วก็กดโทรอย่างไม่ลังเล
[ฮัลโหลครับ] เสียงปลายสายฟังดูงัวเงียไม่น้อย
สมน้ำหน้า! หลับไปแล้วอ่ะดิ! วะฮ่าๆๆ
“โจหนึ่ง! นี่ฉันอีจองมิน” ร่างเพรียวประกาศเสียงดัง
[ทราบแล้วครับ...] อีกฝ่ายตอบเรียบๆ...ถ้าไม่เพราะเห็นชื่อบนหน้าจอ ก็คงเพราะโลกนี้มีอยู่คนเดียวที่เรียกเจ้าตัวว่าโจหนึ่ง...
“เรื่องเดทน่ะ เพราะว่าฉันเป็นผู้ชนะ ดังนั้นฉันจะเลือกเอง!”
ใช่! ฉันจะเลือกเอง! จะเรื่องมากให้สุดๆ ไปเลยด้วย!
[เหรอครับ...? พี่อยากไปไหน อยากทำอะไรล่ะครับ?]
“ไปดูหนังกัน! แต่ฉันว่างแค่ช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามเท่านั้น เข้าใจมะ?” ที่จริงว่างทั้งวัน...
[แล้วถ้าไม่มีหนังเรื่องไหนอยู่ในช่วงเวลานั้นล่ะครับ?] ดูเหมือนกวังมินจะเริ่มหายสะลึมสะลือจึงโต้ตอบอย่างรอบคอบและมีสติมากขึ้น
“ไม่มีก็ไม่ต้องดู คิดซะว่าฉันกับนายไม่มีวาสนาต่อกัน แค่นั้น จบ” แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้จองมินลดความแรงลงแต่อย่างใด
[โอเคครับ...เดี๋ยวผมดูเองว่าบ่ายโมงถึงบ่ายสามวันเสาร์มีเรื่องอะไรให้ดูบ้าง] คนอายุน้อยกว่ายอมตามแต่โดยดี
“และเพราะฉันเป็นผู้ชนะ นายต้องเลี้ยงนะ!”
[ครับ] กวังมินรับคำอย่างว่าง่าย
“ไปเดทกันต้องเอาเก้าอี้คู่รักด้วย! ไม่งั้นไม่ไป!” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าอีจองมินเป็นบ้าไปแล้ว...ไม่ใช่หรอก ไม่ได้ประสาทกลับอยากจะสวีทหวานแหววเก้าอี้คู่รักอะไรกับโจกวังมิน แต่เพราะที่นั่งที่ระบุไปมันไม่ได้มีทุกโรง แถมยังแพงเป็นพิเศษอีกต่างหาก
เอาให้หมดตัวเลย! สม!
[ได้ครับ เท่านั้นนะครับ...] กวังมินไม่ค้านอะไรเลยสักนิด [ได้ผลยังไงเดี๋ยวผมจะบอกพี่นะครับ]
เพราะฝ่ายตรงข้ามเล่นเออออหมดเลยหรือเปล่าไม่รู้ จองมินเลยรู้สึกแปลกๆ แทนที่จะสะใจอย่างที่คิดไว้...รับปากกันง่ายๆ หมดแบบนี้เลยเหรอ...ทำได้หรือไง? เงื่อนไขเยอะขนาดนั้น หรือไม่ได้ใส่ใจแต่แรกแล้วว่าจะได้ไปเดทหรือไม่ได้ไป แค่อยากแกล้งปั่นหัวกันเฉยๆ...?
“เอ่อ...อือ ต..ตามนั้นแหละ” ถึงจะเผลอคิดเยอะไปแวบหนึ่งแต่ก็แอ๊บต่อไปว่าไม่รู้สึกอะไรสักนิดเดียว
[ไม่ต้องห่วงนะครับ] เสียงของกวังมินกลับมาซึมเซาอีกครั้ง [เข้านอนเถอะครับ ผมจัดการที่เหลือเอง]
จองมินถึงกับอึ้งกับคำตอบที่ได้
[ฝันดีนะครับ พี่จองมิน...]
“ฝ..ฝันดี...” เขาอวยพรกลับไปอย่างมึนๆ
[ขอบคุณครับ] แล้วสายก็ตัดไป
จองมินยังนั่งงงอยู่อีกสักพักก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากเตียง กุมขมับแบบแค้นตัวเองสุดชีวิต
เฮ้ย! นี่มันอะไรกันวะ!!! นอกจากโจกวังมินจะไม่เดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย ตอนก่อนวาง ไอ้น้ำเสียงที่พูดขอบคุณนั่นมันฟังดูอารมณ์ดี๊ดีแฮปปี้สุดๆ จนแทบจะนึกหน้ายิ้มๆ ของไอ้เด็กบ้านั่นออกเลย!
โอ๊ย! แค้นเว้ย! อ่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แค้นสุด!!!!!
อีจองมินตีอกชกหัวตัวเองอยู่อีกครู่ใหญ่ก่อนจะหมดแรง จำใจปิดไฟนอน ไม่นานก็หลับปุ๋ยน้ำลายยืดไม่รู้ตัวและไม่ฝันอะไรอีก มาตื่นอีกทีก็ด้วยเสียงนาฬิกาเหมือนทุกเช้า เขาอยากพูดว่ารู้สึกเหมือนเมาค้าง ติดก็ตรงชีวิตนี้ยังไม่เคยเมาเลยด้วยซ้ำนี่แหละ
ตามที่เจ้าตัวอยากใช้คำว่า ‘เมาค้าง’ บรรยาย สภาพตอนมาถึงโรงเรียนจึงไม่น่าแปลกใจนักที่ฮยอนซองจะทักทันทีที่เห็นหน้า
“ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ...”
ตื่นเต้นบ้านสามีคุณแม่คุณเถอะครับชิมฮยอนซอง...อยากจะสวนซะ
“ตื่นเต้นเรื่องอะไร...” จองมินเปลี่ยนใจถามกลับเรียบๆ
ฮยอนซองชี้ใต้ตาตัวเองล้อ “แพนด้าจองมินนี่~เมื่อคืนโจหนึ่งได้โทรไปไหม?”
โอ๊ยโมโห!
“ไม่! แต่ฉันโทรเอง!”
คุณเพื่อนสนิทถึงกับเลิกคิ้วเบิกตาอย่างประหลาดใจ
“ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว เพราะงั้นฉันเลือกเอง! ก็ฉันเป็นผู้ชนะนี่!” จองมินเชิดหน้าเดินขึ้นบันไดตรงไปห้องเรียน
“แล้วจะไปไหนล่ะ?” ฮยอนซองรีบก้าวตาม
“ดูหนัง เรื่องอะไรก็ได้ที่สามารถเริ่มและจบภายในบ่ายโมงถึงบ่ายสาม ต้องเก้าอี้คู่รักเท่านั้น ไม่งั้นไม่ไป”
คนตัวโตเหม่อคิดเล็กน้อย “กะให้น้องมันหมดตัวเลยสิ”
“แค่นี้หมดตัวก็หมดสิทธิ์เดทกับอีจองมินนะครับ” คุณหนูตระกูลอีลอยหน้าลอยตาประกาศเสียงเจื้อยแจ้ว พอถึงห้องก็ตรงไปที่นั่งประจำ วางกระเป๋าแล้วก็คุยกันต่อ
“ตั้งเงื่อนไขยากอยู่นะ ต้องบ่ายโมงถึงบ่ายสาม หนังเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจบในสองชั่วโมงด้วย ถ้าไม่เริ่มบ่ายโมงหรือใกล้ๆ นั้นก็อดสิ”
“ช่าย~” พูดจบก็ทำเป็นยิ้มเยาะอย่าผู้ชนะ
“ระวังให้ดีเถอะ” แต่ฮยอนซองกลับเตือนมาอย่างนั้น ทำเอาจองมินกระตุกอย่างสังหรณ์ไม่ดี
“อะไร...” คนเอาแต่ใจจ้องอย่างหวาดระแวง
“ก็...” ฮยอนซองกำลังจะบอก แต่จังหวะเดียวกันนั้นเสียงฮือฮาหน้าห้องก็ยั้งเอาไว้เสียก่อน
“จองมินนี่จ๊ะ น้องกวังมินมาหา”
ฉัน จะ ฆ่า มัน...จองมินขยับปากบอกฮยอนซองแบบไม่มีเสียงก่อนลุกเดินออกไปแต่โดยดีท่ามกลางสายตาเพื่อนทั้งห้องที่มองอย่างสนอกสนใจ
เมื่อเยี่ยมหน้าออกไป ก็เห็นโจกวังมินยืนหล่อยิ้มหวานรอ รายล้อมด้วยรุ่นพี่สาวๆ ทั้งจากห้องของเขาและห้องข้างเคียง
“มาคนเดียวเหรอจ๊ะ? พี่ชายไม่มาด้วยเหรอ?”
“ไปแอบเป็นเพื่อนกันตอนไหนน้า~”
“มีธุระอะไรกับจองมินนี่เหรอจ๊ะ? บอกพี่ได้ม้า~?”
เฮ้ย! สัมภาษณ์กันใหญ่เลยนะ! แต่ไอ้คำถามสุดท้ายนี่น่ากลัวไป!
จองมินกระแอมแล้วรีบแทรกเข้าไปดึงตัวกวังมินออกมาทันที คนตัวเล็กกว่าลากเด็กตัวสูงให้เดินตามอย่างไม่พูดไม่จาเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่ได้ไปไหนไกลนัก หยุดอยู่แค่สุดอาคารอีกด้านตรงหน้าประตูหนีไฟ มีสาวๆ กลุ่มใหญ่เกาะรอดูสถานการณ์อยู่ที่เดิมอย่างเหนียวแน่น
“มีอะไร!” อีจองมินเริ่มก่อน กอดอกเพื่อเสริมอาการไม่พอใจ
“ผมมาแจ้งข่าวครับ ตามที่พี่โทรมาบอกไว้เมื่อคืน” กวังมินยิ้มน้อยๆ มองตรงมาอย่างซื่อๆ
จองมินอยากจะสวนว่าหาไม่ได้ล่ะสิ แต่ด้วยความรู้สึกจากสายตาและท่าทางของคนตรงหน้าทำให้สังหรณ์ขึ้นมาแรงๆ ว่าท่าจะไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว
“ผมหาได้แล้วนะครับ”
ว่าแล้ว!
“โชคดีมากเลยครับ หนังประมาณสองชั่วโมง เพิ่งเข้าและคนชอบกันมากเลยมีรอบเยอะ เข้าโรงที่มีเก้าอี้คู่รักที่พี่ขอไว้ด้วยนะครับ”
อะไรโชคมันจะเข้าข้างเอ็งขนาดนั้นวะโจกวังมิน!
“ร..เรื่องอะไร...” เกือบจะเติมคำว่า วะ ไปด้วยความเจ็บใจ แต่อีจองมินจะไม่พูดจาไม่เพราะเด็ดขาด
“Breaking Dawn ครับ”
เรื่องอะไรวะ...ไม่วะไม่ได้ละ เกิดมาไม่เคยได้ยิน แน่ล่ะ ก็อีจองมินไม่ได้สนใจเรื่องภาพยนตร์อะไรขนาดนั้น แถมไม่ได้ไปโรงหนังนานแล้วด้วย
“พี่ไม่รู้จักเหรอครับ?” กวังมินถามเมื่อเห็นปฏิกิริยานิ่งเกินคาดของจองมิน
“เรื่องอะไรก็ช่างเถอะ ในเมื่อนายหาได้ตามเงื่อนไขฉันก็จะไปตามที่ลั่นวาจาเหมือนกัน” ว่าแล้วก็โชว์ความเป็นลูกผู้ชายให้เห็นซะหน่อย แค่สองชั่วโมง ต่างคนต่างดู ไม่ต้องพูดต้องคุย เบื่อก็หลับๆ ไปซะ เผลอแป๊บเดียวก็จบแล้ว สะดวกสุดๆ คนไม่ชอบขี้หน้ากันยังไปด้วยกันได้เลย!
“งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ เดี๋ยวผมเมสเสจรายละเอียดอื่นๆ มาให้” ตบท้ายด้วยยิ้มโปรยเสน่ห์อีกที “ผมกลับห้องก่อนนะครับ”
พอกวังมินหันหลังให้เท่านั้น จองมินก็แลบลิ้นทำหน้ายี้ใส่ทันที...นึกว่าหล่อนักหรือไง! โปรยผิดคนแล้วเว้ย! แต่เจ้าเด็กแสบดันเหลียวกลับมามองอย่างไม่ให้ตั้งตัว เล่นเอาเก็บลิ้นไม่ทัน ต้องค่อยๆ หุบปากทำเป็นผิวปากมองนกมองไม้
โจกวังมินไม่พูดอะไร แค่หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็เดินตรงขึ้นบันไดกลับห้องเรียนตามที่บอกไว้ก่อนหน้า ทิ้งให้อีจองมินเจอสารพันคำถามถล่มทับยิ่งกว่าสึนามิ
“กวังมินมาทำไมเหรอจองมินนี่?”
“มีอะไรกันเหรอ?”
“สนิทกันเหรอ?”
ทั้งหมดเป็นคำถามประเภทนี้ทั้งสิ้น
“ไม่มีอะไรมากหรอก กวังมินเก็บของของฉันได้ ก็เลยมาบอกไว้ว่าจะเอามาคืน” โกหกเฉยๆ ไม่ได้ ต้องยิ้มหวานๆ กล่อมให้เชื่อด้วย แถมอาจารย์วิชาแรกยังมาพอดี จองมินยิ่งได้ช่องหลบเลี่ยงเหมาะๆ เข้าไปใหญ่
สาวๆ คงไม่สามารถสัมภาษณ์อะไรได้มากไปกว่านั้นแล้ว แต่หาใช่คุณชิมฮยอนซองไม่
[ตกลงว่าไง?]
คำถามแรกมาเยือนบนกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ
[หาได้ตามที่ตั้งเงื่อนไขทุกอย่าง -_-*] เติมอีโมติคอนไปด้วยเพื่อสื่อความเซ็ง
[จริงอ่ะ? สุดยอด เรื่องอะไรล่ะ?]
[ไม่รู้จักอ่ะ Breaking อะไรสักอย่าง (ถ้าฟังไม่ผิดนะ)]
ได้คำตอบกลับมารอบนี้เท่านั้น ฮยอนซองถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลุดออกมาหึสองหึให้อาจารย์ได้หันมามองดุๆ ไปที
[Breaking Dawn ใช่ไหม?]
จองมินถลึงตามอง [นายรู้จักงั้นเหรอ? หนังอะไรน่ะ?]
[รู้จักสิ แม่ฉันชอบมาก] กระดาษเต็มพอดี ฮยอนซองจึงส่งแผ่นนี้ไปก่อน แล้วเริ่มเขียนอีกแผ่นตามไป
[เป็นหนังวัยรุ่นน่ะ มีแอคชั่น โรแมนติค ทริลเลอร์ อะไรประมาณนั้น พระเอกเป็นแวมไพร์ มีมนุษย์หมาป่าด้วย และนางเอกสวยดี]
จองมินรับไปอ่าน ทำหน้าครุ่นคิดก่อนเขียนตอบ [ก็ฟังดูโอเค]
ชิมฮยอนซองกลั้นยิ้มขำก่อนเขียนบอกเพิ่มเติม [มีออกมาก่อนหน้านี้ 3 ภาคแล้ว]
เพื่อนตัวเล็กหันมามองอย่างตกใจ [เยอะอะไรขนาดนั้นวะ!]
[ฉันว่าบ้านนายก็น่าจะมีนะ ลองถามพี่โบราดูสิ] ฮยอนซองแนะนำ
[ทำไมโบราต้องมีด้วย?]
[เออน่า ลองถามดูแล้วกัน จะไปดูทั้งทีก็ให้มันรู้เรื่องสักหน่อยก็ยังดี]
จองมินทำหน้ายุ่ง เหมือนไม่ค่อยชอบใจเท่าไร [ไม่ดูหรอก]
เห็นคำตอบแล้วฮยอนซองก็ยักไหล่ ไม่ได้เขียนอะไรกลับไปอีก
แต่ก็นั่นแหละ...พอมีคนเปิดประเด็นขึ้นมาแล้ว ก็เป็นธรรมชาติของอีจองมินที่จะค้างคาใจไม่เลิก ไอ้เบรกกิ้งซัมติงอะไรเนี่ย มันเป็นหนังดังขนาดนั้นเลยเหรอ? เป็นอะไรที่ใครก็ต้องรู้จัก เป็นอะไรที่พอเข้าโรงแล้วก็เป็นที่นิยมขนาดมีหลายรอบให้เลือกดู ได้เข้าโรงใหญ่แบบที่มีเก้าอี้พิเศษอีกต่างหาก
แล้วที่ข้องใจสุดๆ ก็คือ...ฮยอนซองดูมั่นใจมากว่าโบราพี่สาวของเขาต้องมี!
“โบราอา” ขณะอยู่ระหว่างมื้อเย็น จองมินจึงอดไม่ได้ที่จะถามให้มันรู้ดำรู้แดง พี่สาวที่เอานิตยสารมาอ่านระหว่างรับประทานผลไม้เป็นของหวานจึงเหลือบตาขึ้นมองแวบหนึ่ง
“ว่าไง?” เพราะมีแค่สองคนบนโต๊ะ จองมินถึงกล้าเรียกด้วยชื่อเฉยๆ และโบราก็กล้าขานรับ...ถ้าแม่อยู่ด้วยอย่าว่าแต่เรียกชื่อเฉยๆ เลย หนังสือที่อ่านอยู่นั่นก็หมดสิทธิ์
“รู้จักหนังเรื่อง Breaking Dawn ไหม?”
ส้อมที่จิ้มเมล่อนอยู่ถึงกับชะงัก พี่สาวละสายตาจากหนังสือแล้ววางมือจากทุกอย่างที่ทำอยู่ก่อนหน้ามาตั้งใจคุยทันที จองมินถึงกับเหลือบตามองซ้ายทีขวาที จู่ๆ มีเอเลี่ยนหรือพรีเดเตอร์มาโผล่ข้างๆ เขาหรือเปล่าพี่คนรองถึงได้มีปฏิกิริยาเหมือนผีเข้าแบบนั้น...
“ทำไมเหรอ? จองมินนี่จะไปดูเหรอ?”
“ป..เปล่า...ได้ยินเพื่อนพูดถึงกัน ฮยอนซองก็รู้จัก แต่ผมไม่เห็นรู้จัก เลยลองถามพี่ดู...” เขาแก้ตัวอึกอัก
“ก็จองมินนี่จะรู้จักได้ยังไง ไม่เห็นจะสนใจอะไรกับเขาเลยนี่นา เอาแต่ฟังเพลง ฝึกเล่นเปียโน”
“ก็ผมชอบนี่นา” พอเคืองขึ้นมาแก้มก็เริ่มจะพองตาม “แล้วพี่รู้จักใช่หรือเปล่าล่ะ!”
“รู้จัก” โบราด้วยมาดมั่นใจ “รู้หรือเปล่าว่ามันมีก่อนหน้า Breaking Dawn ตั้ง 3 ภาคน่ะ”
“ได้ยินมาหน่อยๆ...”
“ก็นั่นแหละ! ถ้าอยากรู้ล่ะก็ พี่จะให้เอาไปยืมดู เล่าแล้วเสียเวลา”
เอางั้นเลยนะ...
“รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวไปเอามาให้” ว่าแล้วก็วิ่งด้วยท่าทางหลั่นล้าฉิวขึ้นบันไดไปห้องนอนตัวเองทันที
จองมินค่อนข้างจะวิตกนิดหน่อย...ไอ้หนังที่ว่านี่มันอะไรกันนะ หนังที่จองมินได้ดูและรู้ว่ามีหลายภาค ตอนนี้นึกออกแค่ Lord of the Ring ไม่ก็ Harry Potter เท่านั้น แต่นั่นมันก็นานแล้วนี่นะ ช่วงหลังนี้เขาก็ไม่ค่อยสนใจอะไรทางนี้จริงๆ ซะด้วย ขนาดแฮร์รี่ภาคสุดท้ายยังไม่ได้ดูเลย
“นี่จ้ะ” โบรายิ้มหน้าบานก่อนยื่นดีวีดีสามกล่องซ้อนให้
Twilight...New Moon...Eclipse...จองมินไล่ดูชื่อทีละอัน ชื่อไม่ได้สื่ออะไรเลย...ผู้ชายหน้าซีดๆ นี่คงจะเป็นแวมไพร์ที่ว่าสินะ หน้าตาเหมือนเคยเห็นที่ไหน ส่วนนี่ก็คงจะนางเอก...จองมินพลิกดูอีกสองแผ่น ผู้ชายอีกคนสงสัยจะมนุษย์หมาป่า...
“นี่มัน...เป็นหนังแนวไหนเหรอ...?”
“ของแบบนี้ต้องดูเองจ้ะ!” โบราปรบมือหนึ่งทีอย่างตื่นเต้นดีใจ “ดูกับโฮมเธียร์เตอร์ของคุณพ่อเลยดีไหม?”
“เอ่อ...ไม่เป็นไร ผมไปดูกับคอมพิวเตอร์บนห้องก็ได้...ขอบคุณครับ” พูดจบจองมินก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินเร็วๆ ขึ้นห้องทันที
เอาล่ะ...ลำดับเรื่องคงเรียงตามที่โบราจัดมาให้ ดังนั้นคงต้องเริ่มดูจาก Twilight. ก่อน Twilight ยังไม่มีมนุษย์หมาป่าขึ้นปกเลย อย่างกับเป็นมือที่สามแน่ะ...จองมินไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น หลังจากใส่แผ่นดีวีดีแล้วก็เปิดโปรแกรมเตรียมดูไปตามปกติ ไม่ลืมที่จะหาขนมมานั่งกินไปด้วยเรื่อยเปื่อย แต่ยิ่งดูไป...ดูไป...อีจองมินก็เริ่มจะนั่งไม่ติด
...เฮ้ย......
เร็วเท่าความคิด มือตะปบโทรศัพท์มือถือมากดโทรออกทันที
“ฮยอนซอง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
[หูหนวกแล้ว!!!] ฮยอนซองย้อนเสียงดังพอกัน
“ฮยอนซ๊องงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” แต่ดูเหมือนจองมินจะไม่สะดุ้งสะเทือน และไม่หายแพนิคง่ายๆ
เจ้ากระต่ายทดลองตัวโตเป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ...
[อะไรเล่า!!! มีอะไรก็พูดมาสิ!]
“ฉัน ฉัน ฉัน กำลังดู...อะไรวะ...”
[.........................] ฮยอนซองกระแอมหนึ่งที ดูแล้วท่าทางจะเป็นหนัก [ใจเย็นๆ นะ...ค่อยๆ พูดมา]
“โทษ ฉันจำชื่อมันไม่ได้ อ๋อ เอ่อ Twilight...”
ได้ยินเท่านั้น คนฟังก็ร้องอ๋อในใจ
[อาฮะ สนุกไหม?]
“สนุกบ้าบออะไรเล่า! หนังแอคชั่นทริลเลอร์บ้านนายด้วย! ไม่ใกล้เคียงเลยเว้ย!!!”
[เอ๊า ก็แอคชั่น ทริลเลอร์จริงๆ นะ แวมไพร์สู้กัน นางเอกโดนซัดกระเด็น ถ้านายดูดีวีดีอยู่ลองดูที่เขาจัดประเภทก็ได้ จัดไว้อย่างที่บอกนี่จริงๆ อ้อ แล้วฉันก็บอกแล้วว่ามันเป็นแนวโรแมนติคด้วย]
“มันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่! นี่ขนาดภาคแรกนะ! แล้วภาคหลังๆ จะเป็นยังไง!”
[Eclipse เลยครับ ขอให้ได้ดู...] พูดแล้วฮยอนซองก็แอบคิดในใจตามไปว่าเป็นภาคที่เขาขมขื่นกับการถูกแม่บังคับให้นั่งดูด้วยกันที่สุด...บทพระเอกทำเอาเลี่ยนไปหลายวัน
“ไม่ดูแล้ว!” จองมินย้อนเสียงแทบหลง
[ก็ไม่ต้องดู ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องดูภาค 4 อยู่ดี ยินดีด้วย ภาคล่าสุด หนังในใจของสาวๆ ทั่วโลก] พูดไปก็นึกหน้าจองมินตอนนี้ออกเลยทีเดียว...ตัวหนังเองก็ไม่ได้แย่อะไรมากหรอกมั้ง ว่ากันตามจริงแล้วภาคแรกออกจะน่าสนใจที่สุดด้วยซ้ำ แต่อย่างว่า...พูดกันแบบซื่อๆ ตรงไปตรงมาแล้ว...ซีรีส์ Twilight มันหนังรักชัดๆ...
นึกแล้วก็ขำ...Breaking Dawn ภาค 4 ของหนังรักสุดโรแมนติค หวานหยดย้อยด้วยความรักระหว่างแวมไพร์หนุ่มสุดหล่อกับสาววัยรุ่นโฉมงาม มีมือที่สามเป็นมนุษย์หมาป่าร่างกำยำ ถอดเสื้อโชว์กล้ามกันไม่พัก แถมยังได้นั่งดูบนเก้าอี้คู่รักอีกด้วย
หัวเราะออกไปจะผิดไหมเนี่ย...ผิดไม่ผิดไม่รู้ แต่จองมินต้องทรมานเขาด้วยการไม่ยอมวางสายไปค่อนคืนแน่ๆ...ต่อให้ปิดมือถือก็โทรเข้าบ้านชัวร์...รับไม่รับไม่รู้ ขอให้ได้โทร...
[เอาน่า ได้ไปดูตั้งแต่เพิ่งเข้าโรงไม่นานเนี่ย อินเทรนด์สุดๆ เลยนะ] แต่คงโม้กับใครไม่ได้
[แถมได้ที่นั่งพิเศษด้วย] ไม่พูดคำว่าเก้าอี้คู่รักดีกว่า...เดี๋ยวจะสติแตกหนักกว่าเก่า
“ฮยอนซองอา...” จองมินทำเสียงอ้อนเหมือนอยากร้องไห้ไปพร้อมกัน
[ลั่นวาจาไปแล้วนะอีจองมิน...ลูกผู้ชาย พูดแล้วไม่คืนคำ...] ถ้าไม่รีบตัดมุก เดี๋ยวได้ลากคุยยาวเพื่อหาทางเบี้ยวอีกแน่ [นายยื่นเงื่อนไขไปเองนะ น้องมันก็หามาจนได้อย่างที่นายต้องการแล้วไง ห้ามผิดสัญญานะรู้ไหม...]
จองมินเงียบไปถนัดใจ คงจะคิดหนักน่าดู...
“นั่นสิ...ก็แค่นั่งเก้าอี้นุ่มๆ ปล่อยให้หนังฉายไป สองชั่วโมงก็จบแล้ว...”
[ใช่เลย แค่นั้นเอง] ฮยอนซองพยักหน้าไปด้วย
“อือ...แค่นั้นเอง......”
[ถูกต้อง เพราะงั้นก็นอนซะนะ แล้วพรุ่งนี้ก็...]
แต่พูดไม่ทันจบก็มีเสียงปี๊บเบาๆ แว่วเข้ามา ฮยอนซองพอรู้ว่าเป็นเสียงข้อความเข้า และคงเป็นฝั่งจองมิน
“แป๊บนะ มีเมสเสจเข้ามา”
ฮยอนซองนั่งรอเงียบๆ หารู้ไม่ว่าชุดใหญ่กำลังจะตามมาในไม่ช้า
“ไม่ใช่! ไม่ใช่! ไม่ใช่! ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก นี่มันไม่ใช่! ถ้าเป็นหนังบู๊ล้างผลาญยังพอแก้ตัวได้ว่าที่นั่งดีๆ มันเต็มเลยต้องไปนั่งตรงนั้น แต่นี่มันหนังรักแบบสุดขั้ว! ถ้าใครไปเจอเข้าล่ะก็! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
ปลายสายอุดหูแทบไม่ทัน...อีจองมินสติแตกทันทีเมื่อข้อความที่เข้ามาไม่ได้มาจากใครที่ไหนไกล...โจกวังมินนั่นเอง บอกสถานที่พร้อมเวลาเสร็จสรรพ ตบท้ายว่า ‘จะรอนะครับ’ ...สะกิดต่อมจนคนตัวเล็กแทบออกไปวิ่งรอบบ้านหลังโตของตัวเอง
[ใจเย็น...]
“ไม่ได้อ๊าาาาาาาาาา------!!!!!!”
[อีจองมิน...]
“ถ้าโดนเจอเข้าล่ะก็! จะอธิบายกับใครว่ายังไง!!!”
[จองมิน...]
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยยยยยยยยย!!!”
ก็ใครขุดหลุมฝังตัวเองล่ะวะ...อันนี้คิดในใจ ไม่กล้าซ้ำเติม
[ฉันนอนแล้วนะ...] โกหก...แต่หูกำลังจะตึงแล้วครับ
“ฮยอนซองงี่ ฉันต้องตายแน่ๆ”
[ดูหนังนะไม่ได้เข้าโรงเชือด...]
“ฉันต้องตายแน่ๆ...”
[....................] ปล่อยให้พูดไปเลยแล้วกัน...คิดแล้วก็วางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างๆ เสียงเบาลงเมื่อไรค่อยว่ากันอีกที...
เพื่อนสนิทนี่...ไม่มีวันหยุดราชการจริงๆ
ลาก่อนคืนวันศุกร์อันสุขสงบของชิมฮยอนซอง
-_-
TBC...