Edelweiss [Hetalia Fanfiction] :: ONESHOT

posted on 17 Nov 2008 23:09 by zakuro in Fiction

 

คู่นี้จะเรียกมันว่าไรดี...

เช...เอาเป็นว่า ดูรายละเอียดเกี่ยวกับคู่นี้ได้ ที่นี่ จ้ะ

 

แต่งจบแล้วก็คิดว่า "กูเอาจนได้นะ..."

แค่นั้นแหละค่ะ กร๊าก

 

คำเตือน - แฟนฟิค Y จ้ะ ไม่ชอบ รับไม่ได้ ไม่รู้จัก ไม่รู้เรื่อง ก็ปิดทิ้งไปได้เลยนะคะ จุ๊บ

 

แปะล่ะ...โอเนไงชิม้าสสสสสสสสสสสสสสส

 

-----------------------------------------------------

 


Edelweiss [Hetalia’s fanfiction]

By Zakuro

Start:

 

อดีต...คือสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง

เป็นเหมือนมีดที่ปักลงกลางหัวใจ

เหมือนกับนายที่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

ลานหญ้าสีเขียวชอุ่มหน้าคฤหาสน์ตระกูลเอเดลสไตน์ที่เคยกว้างขวาง แลดูแคบลงไปถนัดเมื่อได้รับการประดับตกแต่งด้วยซุ้มประตูโค้งและช่อดอกไม้สีหวาน โต๊ะยาวซึ่งจะเป็นที่วางชามค็อกเทลและของกินเล่นจุบจิบอื่นๆ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงปูด้วยผ้าขาวประดับชายลูกไม้อย่างดี

ชายหนุ่มยืนมองทิวทัศน์ทั้งหมดอยู่อย่างเงียบเชียบภายในห้องอ่านหนังสือของตนบนคฤหาสน์ มือเท้าลงบนกรอบหน้าต่างบานใหญ่ขณะที่พิงลำตัวลงบนผนังด้านข้าง ดวงตาสีฟ้าอมม่วงใต้กรอบแว่นฉายแววว่างเปล่า เขาเหม่อลอยคิดถึงอะไรบางอย่างจนกระทั่งถูกเสียงเคาะประตูปลุกให้ตื่นจากภวังค์

“มีอะไร?” โรเดริค เอเดลสไตน์ เจ้าของสถานที่แห่งนี้ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ

“ท่านสวิงก์ลีต้องการพบ ตอนนี้รออยู่ด้านล่างขอรับ”

ชื่อที่ได้ยินทำให้ดวงตาทั้งคู่เบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาอึ้งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะออกคำสั่ง “ไปเชิญขึ้นมาพบที่นี่ก็แล้วกัน”

ข้ารับใช้ที่ด้านนอกรับคำก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำจากไป ไม่นานหลังจากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ท่านสวิงก์ลีขอรับ”

โรเดริคขยับตัวยืนตรงหันไปทางประตูหน้าห้องก่อนจะเอ่ยอนุญาต “เชิญ...”

ประตูไม้สีน้ำตาลแก่บานใหญ่เปิดออกช้าๆ จนกระทั่งกว้างพอที่จะเห็นคนที่ยืนรออยู่ ร่างโปร่งบางในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มตัดกับเรือนผมสีฟางข้าวยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอยู่เสมอ เมื่อแขกก้าวเข้ามาในห้องแล้ว ประตูบานนั้นก็งับปิดลงอย่างเดิม

“ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลยนะ บาช...” เขายิ้มให้ ทว่า บาช สวิงก์ลี ที่ไม่มีท่าทีว่าจะตอบอะไรกลับมาทำให้โรเดริคที่เป็นฝ่ายทักทายก่อนรู้สึกไม่ค่อยดีนักโดยเฉพาะเมื่อนึกถึง ‘ครั้งสุดท้าย’ ที่พบกัน ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มตัดสินใจจะก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายให้ใกล้ขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากจะสังเกตสีหน้า

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” จู่ๆ ดวงตาสีเขียวอมฟ้าก็จ้องเขาเขม็ง โรเดริคหยุดตามที่อีกฝ่ายสั่งโดยอัตโนมัติ

“ฉ..ฉัน...” บาชหลบตาทันทีที่เริ่มพูดอะไรบางอย่าง คิ้วคู่นั้นขมวดเหมือนกำลังรู้สึกยุ่งยากใจอย่างมาก ทั้งที่ตัวเขาซึ่งเติบโตมาด้วยกันน่าจะเห็นบ่อยจนชินแล้ว แต่โรเดริคก็ยังชอบที่จะมอง

“ฉัน...มีของที่อยากมอบให้” มือของคนพูดยกกล่องของขวัญสีแดงใบเล็กๆ คาดด้วยริบบิ้นสีขาวใบหนึ่งขึ้นมา

“...เอ๋...?” ร่างสูงโปร่งเลิกคิ้วขึ้น มองกล่องใบนั้นอย่างงุนงง

“ฉันอยากจะแสดงความยินดี...กับนายไงล่ะ...”

“อ..อ๋อ...” โรเดริครับคำแล้วยื่นมือออกไปเพื่อรับของชิ้นนั้นอย่างเงอะๆ งะๆ มันเบาเสียจนเขาแปลกใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยตามมารยาทที่ดี “ขอบคุณมากนะ...”

“ยินดี...กับนายด้วย...” บาชที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“ฉัน...เปิดดูนะ...” ร่างสูงบอก เขาสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาคล้ายว่ามีอะไรปิดบัง แต่ที่ไม่ห้าม คงเพราะมีคำตอบอยู่ในนี้

เขาหันกลับไปวางมันลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ เพียงออกแรงเล็กน้อย ริบบิ้นก็คลายออก เขาเปิดฝากล่อง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในนั้นก็ได้แต่ยืนเงียบไปครู่ใหญ่

“...บาช”

“ทั้งที่...” อีกคนแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้พูด “ทั้งที่ก็พอจะเดาได้ ว่าคนอย่างนาย คงเลือกสูทสีขาวเป็นชุดเจ้าบ่าวแน่ๆ...และของสิ่งนี้ ก็คงจะกลืนหายไปกับสีขาวอันนั้น...ถึงจะเป็นอย่างนั้น...”

“บาช...”

“นาย...จะช่วยใส่มันไว้ในกระเป๋าเสื้อ...บนอกนั่นได้มั้ย?”

โรเดริคไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้อีก คำพูดที่ตั้งใจจะเอ่ยออกไปไม่ได้หายไปไหน แต่ในความเงียบนั้น ทั้งหมดกลายเป็นอ้อมกอดที่โอบอีกฝ่ายเอาไว้จนแน่น เขาซุกใบหน้า กดปลายจมูกลงในเรือนผมนุ่ม ได้กลิ่นของแสงแดด เมื่อหลับตา เขาก็เห็นภาพของสถานที่แห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมา...เป็นเนินเขาที่หนาวเย็น และมีดอกไม้สีขาวเบ่งบานอยู่เต็ม...ดอกไม้ที่อยู่ในกล่องนั้น

“จ..จะบ้าเรอะ?! ทำอะไรน่ะ? ปล่อยนะ!” ร่างเล็กในอ้อมแขนเริ่มดิ้นรนหลังจากอึ้งไปอึดใจหนึ่ง “โรเดริค ปล่อย! ชุดของนาย...!”

โรเดริคไม่ตอบ เขาปฏิเสธรวมทั้งเลือกที่จะเมินความหวังดีจากอีกฝ่ายด้วยการกระชับแขนทั้งคู่ให้แน่นหนายิ่งขึ้น

“ฉันมันอ่อนแอ...” ชายหนุ่มกระซิบบอกกับคนที่ตนกอดเอาไว้ “ตั้งแต่เด็ก...ฉันได้แต่คอยให้นายช่วยเหลือ...ดีแต่แพ้กลับมา แต่ว่าตอนนั้นมันก็แค่การฝึกซ้อม...ตอนนี้ ไม่ได้แล้วล่ะบาช...”

“โร..”

“ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว...ถึงจะไม่ต้องการ แต่ฉันก็ต้องปกป้องคนของฉัน ปกป้องสิ่งที่บรรพบุรุษของฉันเคยปกป้อง และฉันไม่รู้จริงๆ ว่าด้วยตัวเองเพียงคนเดียวจะผ่านมันไปได้ยังไง...”

คนในอ้อมกอดของเขานิ่งงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ มือที่ตอนแรกแค่ยันอยู่กับอกของเขาพลันเงื้อขึ้นแล้วทุบลงมาเต็มแรง

“ไอ้บ้า!” บาชตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะทุบลงมาอีก “ไอ้บ้า! ไอ้บ้าโรเดริค!”

“บาช เดี๋ยว!”

“ทำไม?! ทำไมนายถึงไม่บอกฉันมาตรงๆ!” ดวงตาสีเขียวอมฟ้าคู่นั้นวาววาบด้วยโทสะ แต่ก็ยังวูบไหวด้วยมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งแทรกอยู่

“ฉันแค่ไม่อยากให้นายต้องมาเสี่ยงด้วย”

“ก็เลยหาเรื่องรบกับฉันน่ะเหรอ?!”

“ฉันต้องทำนะ เข้าใจมั้ย?!” ไม่ทันได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น บาชก็ผลักเขาออกเต็มแรง สองฝ่ายโซเซออกห่างจากกันก่อนที่ฝ่ายผลักจะตั้งตัวได้ก่อน

“ไอ้บ้า! คนอย่างนายมัน...!” มือเรียวเอื้อมไปที่ด้านหลัง ล้วงเข้าใต้เสื้อตัวนอกแล้วดึงเอาปืนที่ซ่อนเอาไว้ออกมา เขาจ่อไปยังใบหน้าของคนที่ยังต้องยันโต๊ะไว้เป็นฐาน

“ฉัน อยากจะฆ่านายนัก!” ร่างบางหอบหายใจขณะที่ประกาศออกไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงลดมือข้างนั้นลงและถอยหลังพิงร่างไว้กับผนังอันเย็นเฉียบ

“ทั้งที่นาย...แค่พูดกับฉัน...แค่บอกฉันว่านายกำลังเจอกับอะไร...แค่บอกว่าต้องการให้ฉันช่วย...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนพึมพำ เขาพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองเมื่อรู้สึกถึงดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวพลางนึกถึงครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน นั่นเป็นวันสุดท้ายของสงครามระหว่างออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์ เหตุก็เพราะจู่ๆ ฝ่ายโรเดริคพยายามจะรวมเอาตระกูลของเขาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตนเองโดยให้มีฐานะรอง ซึ่งในฐานะตัวแทนของวงศ์ตระกูล เขาย่อมยอมไม่ได้ และแม้จะไม่ถนัดการสู้รบ แต่ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเอาชนะกองทัพที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีของโรเดริคได้ แต่ในที่สุดก็ได้รับชัยชนะมา เขาไม่เคยตั้งคำถาม เพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็คือความพยายามอย่างสุดชีวิตของเขาซึ่งสมควรจะเกิดผลอยู่แล้ว และหลังจากนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะพบกับโรเดริคเป็นการส่วนตัวอีกเลย จนกระทั่งวันนี้...

วันที่ความเป็นจริง...ทำให้เขาเจ็บปวดมากมายเหลือเกิน

เขาจะไม่ถาม...ว่าอีกฝ่ายแพ้จริงๆ หรือแกล้งแพ้...จะไม่ถามว่าถ้าชนะแล้วคิดจะทำอย่างไรต่อ...แต่มีเพียงคำถามเดียวเท่านั้น...

ภาพของตัวเองที่ประคองอีกฝ่ายไว้ ตอนที่คอยดูแล ไปไหนมาไหนด้วยกัน ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ เมื่อมองเลยไปเห็นดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆ ที่อยู่ในกล่องก็ทำให้เขาปวดใจมากขึ้นอีก...ภาพของคนตรงหน้าที่ตอนนั้นยังอายุน้อยนัก ยื่นดอกไม้ชนิดเดียวกันนี้ให้เขา ชัดเจนยิ่งกว่าภาพใด

“ฉัน...ไม่ใช่คนที่นายจะมองหาเวลาที่ต้องการใครสักคนอีกแล้วใช่มั้ย...?”

...ทั้งที่คิดว่าถึงจะลำบาก แต่ก็คงประคับประคองกันต่อไปได้ ตัวนายที่ให้ดอกไม้ดอกนั้นกับฉัน บอกว่าสักวันจะเป็นฝ่ายช่วยเหลือฉันบ้าง...บอกว่าฉันคือคนสำคัญที่สุด...

“ฉันบอกแล้วว่าจะให้นายมาเสี่ยงด้วยไม่ได้...” อีกคนเอ่ยประโยคเดิมซ้ำ เขายืนขึ้น มองคนที่กำลังหมดแรงตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน “เอลิซาเบธาก็เข้าใจเรื่องนี้ดี...”

โรเดริคตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ตลอดเวลาที่ผ่านมา บาช สวิงก์ลี ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ถึงแม้จะตัวเล็กกว่าใครหลายคนที่รายล้อม หรือแม้แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่บาชก็ยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งเสมอ ทว่าเวลานี้ เขาไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นจากตัวอีกฝ่ายอย่างที่เคยสัมผัสได้เลย

“บาช...” เมื่อใกล้พอ บางอย่างที่เพิ่งกระทบแสงจากภายนอกก็ทำให้ต้องตกใจ

“บาช...นาย...” โรเดริคยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย ได้แต่สาปแช่งความไม่เอาไหนของตัวเองอีกไม่รู้กี่ครั้ง และยิ่งรู้สึกปวดในอกมากเข้าไปอีก

“บาช...อย่าร้องไห้...อย่าร้องไห้...เลยนะ...”

ร่างเล็กขยับตัวเพียงเล็กน้อยแล้วก็นิ่งไปอีก ต่างฝ่ายต่างเงียบไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่บาชจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ตั้งแต่วันนั้น...จนวันนี้...ฉันก็ยังรู้สึกเกลียดทุกเวลาที่ฉันรู้สึกตัวว่ารักนาย...” ใบหน้าและดวงตาสีเขียวฟ้าคู่นั้นเงยขึ้นมาสบกับดวงตาของชายหนุ่ม

“สำหรับนายแล้ว...ฉันเป็นอะไรกันแน่โรเดริค...?”

เพราะฝ่ายที่ถามไม่ได้ระวังตัว เขาจึงเข้าประชิดได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง แม้ว่าบาชจะเบี่ยงตัวหนีทันทีที่เขาเข้าใกล้แต่ก็ยังไม่เร็วพอ แววตาสับสนและตกใจเป็นอย่างสุดท้ายที่โรเดริคมองเห็น เขาแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลังเล รีบโอบแผ่นหลังนั้นเอาไว้เพื่อกั้นไม่ให้หนี และประคองศีรษะ แทรกปลายนิ้วไว้ในเรือนผมนุ่มเพื่อบังคับให้รับจุมพิตของเขาแต่โดยดี

“..โร...!” บาชตกใจและพยายามต้านแรงของเขาแต่ก็ยังช้าเกินไป ปืนถูกปล่อยตกลงบนพื้นเมื่อสองมือนั้นพยายามจะปัดป้อง

เมื่อผละจากกัน เขาก็จูบลงผิวแก้มนั้นอย่างแผ่วเบา ทับลงบนทางน้ำตาที่ยังทิ้งความรู้สึกขื่นขมเอาไว้ให้สัมผัส...แล้วจึงบอกคำตอบออกไป

“นายคือนก...ที่ฉันไม่สามารถยอมให้ตัวเองบังคับขังเอาไว้ในกรงได้...”

ดวงตาที่เคยสดใสและกล้าแกร่งยิ่งกว่าใครคู่นั้น ปิดลงพร้อมน้ำตาหยดสุดท้ายที่ไหลจรดปลายคาง

 

“ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะบินอยู่ข้างๆ นายเอง...”

 

 

ดอกไม้แห่งความกล้าหาญและความสง่างาม

ดอกไม้สีขาวดอกนั้น ที่เคยมอบให้แก่ผู้ที่เหมาะสมกับความหมายของมัน

เบ่งบานอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทสีขาวสะอาด บนหน้าอกข้างซ้าย เหนือตำแหน่งของหัวใจ

 

ตัวฉันที่ไม่เคยสัตย์ซื่อ

และตัวฉันที่ไม่เอาไหน

ได้แต่เก็บความทุกข์และความสุขเอาไว้ในใจ

เมื่อคิดถึงผู้ที่มอบดอกไม้ดอกนี้มา...

 

END.

 

แต่งแบบอยากจะแต่งสุดๆ...

แต่งแบบเพราะกูรักบาช ชอบโรเดริค...

และมันดันคู่กันได้...

(แม้จะฝืนใจในบางครั้ง เพราะอีคุณโรเดริคแม่งมีส่วนประกอบของเคะเกินครึ่ง...เดชะบุญที่บาชเคะกว่า)

 

 

ดอกไม้สีขาวที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ คือ ดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) ค่ะ เป็นดอกไม้ประจำประเทศออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์เลย

ภาษาดอกไม้ก็อย่างที่อยู่ในเรื่องค่ะ บานบนเทือกเขาแอลป์ด้วยล่ะ มีตำนานเกี่ยวกับดอกไม้นี้ด้วย เอาไว้จะมาเล่าอีกทีละกันค่ะ ซึ้งอ่ะ...

ชื่อเรื่องก็สื่อถึงบาชไงคะ กร๊าก (เลวว่ะตู...)

 

ส่วนปัญหาของออส ที่ต้องดองกับฮังการี รู้สึกว่าจะเพราะสงครามออสเตรียปรัสเซียค่ะ โดนเยอรมันคุกคาม ก็เลยตัดสินใจดองกันซะเลย ผนึกอำนาจ (ส่วนสวิสเค้าประกาศตัวเป็นกลาง...)

กะฮึก...

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเมนต์

 

เอ้อ...สำหรับดอกเอเดลไวส์เนี่ย มีแบบที่เป็นเพลงในเรื่อง The Sound of Music ด้วยค่ะ ที่คุณพระเอก (ตำแหน่งอะไรจำไม่ได้ เรียกพระเอกแทน ชัวร์แน่ๆ...) ร้องก่อนหลบหนี เนื้อเพลงตามนี้ค่ะ

 

 

Edelweiss, Edelweiss

Every morning you greet me

Small and white, clean and bright

You look happy to meet me

 

Blossom of snow may you bloom and grow

Bloom and grow forever

 

Edelweiss, Edelweiss

Bless my homeland forever

 

 

เอเดลไวส์ เอเดลไวส์

เจ้าคอยทักทายเราทุกอรุณรุ่ง

เล็กจ้อยและขาวสะอาด บริสุทธิ์และสดใส

เจ้าดูอิ่มใจยามได้พบเรา

 

ดอกไม้แห่งหิมะ โปรดเบ่งบานและเติบโต

เบ่งบานและเติบโตตลอดไป

 

เอเดลไวส์ เอเดลไวส์

อวยพรให้แก่บ้านเกิดของเราตลอดไปด้วยเถิด

 

 

เพลงแบบว่า...สื่อความหมายของความรักที่มีต่อแผ่นดินแม่ค่ะ...

 

+ มาเพิ่มเติม สีกล่องของขวัญ เอาสีธงของสองประเทศนี้มาเล่นเฉยๆ ค่ะ (ฮา) แดงขาว อั๊ง

 

ป.ล. ไม่ได้แต่งฟิคซะนานเลย อั๊ง รู้สึกดี

ป.ล.2 แต่วูบลงเมื่อย้อนคิดว่ากูแต่งอะไรออกไป...

 

edit @ 18 Nov 2008 00:51:37 by Zakuro

Comment

Comment:

Tweet

มีความรู้ตบท้ายด้วยค่ะ ดีมากค่าาาา ขอบคุณง้าบบ

#11 By RINJI (171.100.112.173) on 2016-02-06 13:14

ดีมาก

ยัง ยังไม่เกรียน จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก สำนวนภาษา การสื่ออารมณ์ ความชัดเจนของตัวละคร สุดยอด แต่เพราะอั๊วกำลังง่วงและงั่ง เลยอาจไม่เร่าร้อนอย่างที่ควร

ถ้าอ่านเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้สักเดือน คงจะเจ็บปวดไปกับความสัมพันธ์ของบาชและโรเดริค แต่เพราะว่า อ่านตอนนี้ จึงทำให้เรา เข้าใจ

เข้าใจจริงๆ ความรู้สึกที่ว่า ทั้งที่รักกันมากขนาดนี้ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะอยู่ด้วยตลอดไปได้ ไม่ใช่เพราะอุปสรรครอบข้างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมีใครมาแทรกกลาง ขัดขวาง แต่เพราะทั้งสองฝ่ายเอง ที่เติบโต และเปลี่ยนแปลงไป มันเป็นสิ่งที่ต้องจำใจยอมรับ แม้ว่า นั่นจะเจ็บปวดก็ตาม

ยิ่งโรเดริคเติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้บาชโหยหาวันคืนเก่าๆมากขึ้นเท่านั้น จะให้รั้งกลับมา ก็ไม่ใช่้เรื่องที่ควรทำ ถึงแม้จะเจ็บใจ จนอยากจะเกลียด แต่สุดท้ายมันก็คือรัก รักที่เจ็บปวดมากๆ

ชอบช่วงหลังๆมาก เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วเห็นภาพได้ตลอดเวลา แบบประติดประต่อ การใช้คำพูดคมคายมากอะ ชอบแทบทุกคำพูดที่สองคนนี้พูดเลย แล้วก็ท่าทางด้วย อะไรที่ไม่ได้บอกออกมา ก็แสดงออกทางการกระทำจนรู้ได้ ว่าระหว่างสองคนนี้เต็มไปด้วยความรัก แต่เป็นรักที่มีอายุ มันอยู่ในอดีต เป็นเรื่องเก่า ต่อให้โหยหาเพียงไร พอนึกถึงปัจจุบันแล้วทำให้วันที่เคยมีความสุขต้องกลายเป็นเรื่องเศร้า คงเหมือนที่พี่พูดไว้ตอนเปิดเรื่องนั่นล่ะ ว่าเป็นความเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง

โรเดริคน่ะ ชื่มชมบาชมากจริงๆ ไม่ได้อยากจะทำร้าย หรือหักหลัง ทอดทิ้งยิ่งไม่ใช่ใหญ่ คงเป็นความรู้สึกที่ต้องการจะเข้มแข็งมากกว่านี้ อยากจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องถ่วงบาช ถ้าเกิดความสัมพันธ์มันบีบรัดจนทำให้ต้องล้มลงทั้งสองฝ่าย คงไม่ดีแน่ ถึงได้ต้องตัดใจทำแบบนี้
และเพราะตัวบาชเอง ที่เคยเลี้ยงดูโรเดริคมาก่อน มันเลยยิ่งเจ็บปวดที่ต้องเข้าใจ เข้าใจว่าไม่สามารถเกลียดโรเดริคได้เลยจริงๆ อาจเพราะว่าเคยใกล้ชิดกันมากเลยรู้ถึงใจอีกฝ่ายมากไป สิ่งที่ไม่พูดออกมา ก็สามารถเดาได้ มันถึงได้น่าเศร้า

ดอกไม้สีขาว กับชุดสีขาว รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องถูกกลืน อาจไม่มีใครมองเห็น ทว่าก็คงรู้อยู่แก่ใจ ขอแค่มีเพียงตนเองกับผู้ที่ได้รับเท่านั้น ที่รู้ว่าสิ่งนั้นอยู่ตรงไหน
เหมือนกับความสัมพันธ์ในวันเก่าๆ รู้ว่าตอนนี้มันคงเหมือนความฝัน ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ แต่แค่รู้ว่ายังมี เท่านั้นก็พอแล้ว

ถ้าคิดแบบนี้ อดีต ที่น่าจะเจ็บปวด ก็คงคลายความเศร้าได้บ้างละนะ

#10 By kAp๐M on 2008-11-21 02:07

^
มาเกรียนค่ะ

อีแพร์ หายหัวไปที โผล่มาเมนต์แบบ เอาให้ยาวกว่าฟิคเลยนะคราวหน้า คิ

คิดถึงแกนะ

#9 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2008-11-19 12:18

^ ขอโทษอย่างแรง ล็อกอินผิดอัน TTOTT

#8 By Nashi on 2008-11-18 17:46

ชอบจัง...ถึงจะไม่ได้รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังก็เถอะ แต่ชอบทั้งธีมทั้งคาแรกเตอร์เลยอ่ะ รู้สึกว่าสองคนเหมาะสมกันดี คนหนึ่งเข้มแข็ง อีกคนอ่อนแอ ไม่ใช่แค่เล็กน้อย แต่ต่างกันสุดขั้วชนิดเหมือนมาจากคนละโลกเลยแบบนั้นอ่ะ 5555 (ไม่แน่ใจว่าใช่ป่าวนะ ไม่ได้อ่านการ์ตูนอ่ะ ขอโทษ TTOTT)

ชอบมากเลยที่บาชบอกว่าฉันจะบินอยู่ข้างๆ นายเองอ่ะ ซึ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง TTOTT คนอ่านแทบจะบินตามเลยอ่ะตอนนั้น เข้าใจความเจ็บปวดของบาชด้วย ทั้ง ๆ ที่รัก แต่ทำไมถึงเก็บความทุกข์เอาไว้คนเดียว โรเดริคโคดใจร้ายเลยอ่ะ ไม่ใช่แค่คนอ่อนแอนะ แต่ใจร้ายมากๆ ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็เกลียดโรเดริคไม่ลง เป็นได้แค่เมะที่น่าสงสารเท่านั้นเองอ่ะ อะไรทำนองนี้ = =

เลยชอบบาชมากๆ เคะไรฟระเข้มแข็งได้อีก เข้มแข็งขนาดที่ว่า ต่อให้อีกคนจะไม่กล้าเรียกร้อง หรือแสดงความรู้สึกอะไรออกมา ตัวเองก็ยังมั่นคงและกล้าที่จะอยู่ข้างๆ อย่างไม่หวาดกลัวอันตรายอะไรเลยด้วยอ่ะ บาชบ้า ทำเค้าหลงรักได้เลยนะเนี่ย >//////<

ชอบตอนจบอ่ะ ชอบที่มันเศร้าแบบนี้ล่ะ เข้ากะสองคนนี้ดียังไงไม่รู้ เรารู้สึกว่า ต่อให้รักกัน ได้อยู่ด้วยกันจริงอ่ะนะ แต่ก็คงไปไม่รอดเท่าไร มันแบบว่า...สุดท้ายการอยู่ด้วยกันคงมีแต่จะทำให้ต่างคนต่างเจ็บปวดมากกว่า คิดถึงกันมากเกินไป รักกันมากเกินไป ฟังดูเศร้าดีแฮะ...

ภาษามีลูกเล่นขึ้นเยอะเลย ชอบๆ แต่ยังติดสำนวนต่างประเทศอยู่นิดหน่อย ตรง...ได้รับการประดับตกแต่ง อ่ะ แค่นั้นเองจริงๆ ที่เหลือสุดยอดมาก >o< เราว่าพี่ใช้คำเก่งขึ้นนะ มันดูหลากหลายแล้วก็เข้าถึงการบรรยายฉากแล้วก็อารมณ์ของแต่ละคนในช่วงเวลานั้นๆ ดีอ่ะ พอใช้คำตรงปุ๊ป เวลาอ่านมันก็จะพุ่งเข้าสมองแปรเป็นภาพอย่างว่อง เลยอ่านลื่นมากๆ (นี่กะลังทำวิจัยหรือไงวะเนี่ย ดูเมนต์มันดิ -"-)จริงๆ พูดแค่ว่ามันอ่านลื่นก็น่าจะพอแล้วอ่ะนะ - -"

แล้วก็บรรยายตัวละครชัดดีอ่ะ ชอบบบบ คิดตามภาพเห็นมาเป็นฉากๆ กันเลยทีเดียว เราว่าบรรยายทำยากนะ บรรยายมากบางทีคนขี้เกียจอ่าน แต่รู้สึกว่าของพี่ต้องอ่านเพราะจะให้รายละเอียดของการจิ้น แต่ไม่รู้สึกว่าเยิ่นเย้อเกินไป แต่เนื่องจากมันเป็นฟิค เราเลยไม่รู้ bg ที่มากกว่านั้น (ขี้เกียจตามลิงค์ ขอโต้ดด)แต่เท่าที่วางๆ มาในเรื่องก็พอเข้าใจนะ เลยซึ้งตามอย่างง่ายดาย ไอ้นี่ออกแนวหลอกง่าย = = เรื่องสงครามนี่ทำคนผิดใจกันมาเยอะจริงๆ ยิ่งคนที่เคยรักกันต้องมาสู้กันเอง ความภาคภูมิใจของชัยชนะที่ได้มา ไม่รู้ว่าจริงหรืออีกฝ่ายแกล้งแพ้ เราเข้าใจอารมณ์แบบว่า อย่าทำดีเพราะรักเลย อะไรแบบนั้นอ่ะ มันรู้สึกแย่พอๆ กับถูกเกลียดเลยนะ ไม่รู้สิ ก็ถ้ารักจริงๆ ล่ะก็ ควรจะแสดงออกอย่างจริงใจกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? เราว่าคนสองคนจะรักกันได้ มันน่าจะเริ่มต้นจากความจริงใจอ่ะ ไม่ใช่คำโกหก หรือการปิดบังเพื่อปกป้อง แบบนั้นคนที่ได้รับมีแต่จะเสียใจมากกว่า ไม่ได้ช่วยอะไรเลย TTOTT

รออ่านเรื่องตำนานดอกเอเดลไวส์ (เนื่องจากขี้เกียจไปหาเองตามเคย 55555) สำนึกมั่งมั้ยเนี่ย -"-

#7 By SuiShou on 2008-11-18 17:45

อุ๊ย

อ่านแรกๆ

ดอกไม้ช็อคค่ะ

อีรอด มึง... มีน้ำยาเกินไปแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดด ไม่เชื่ออออออออ วันๆเล่นแต่เปียโนแกมีปัญญา????

พออ่านมา โอเค ชักไร้น้ำยาละ

แต่พอกระชากมาจูบ อีรอดดดดดด แกมีปัญญาจริงๆเรอะ??????? คุนฮานะไม่ค่อยเชื่อเลยค่ะ ทำไงดี อั๊ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ฌโหวตประโยคท้ายนะคะ บินข้างๆเลย แม่ง อั๊ง คิดได้ไง สาคูบ้า ฮากกกกกกกกกกก อยากหนีความจริงนอนแต่งฟิคเฮตาเลีย อ่ากกกกกกก

จุดุ๊บ เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ชอบเพลงนี้ด้วย โดยเฉพาะตอนคุณป่าป๊าวอนแทรปร้อง อะอั๊ง

#6 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2008-11-18 02:58

^
^
เพราะไม่ตรวจ ฮิ


ป.ล. แค่คิดว่าในเรื่องหลักเอง เอาจริงๆ ดูเหมือนพวกนี้ก็เป็นมนุษย์ธรรมดาอ่ะก่ะ ก็เลยปล่อยให้เอาปืนเข้าไป (แต่เสือกมีกองทัพอีกนะ...ซาคุโร่แม่งสับสนในตัวเองเหอะ ก็ไม่รู้จะทำไงอ้ะ หรือจะเอาแบบ...กะยึดครอบสวิสด้วยการพยายามจับกด? )


เอ๊ะ...ก็เข้าท่า

#5 By Zakuro on 2008-11-18 00:56

(คุณพระเอก...คุณพ่อ ไปเลยค่ะ)

เอายังงั้นเลยนะคะ... ไอ้คำตอบนั่นแม่งสุดยอดอ่ะ
นายคือนก ที่ฉันไม่สามารถยอมให้ตัวเองบังคับขังไว้ในกรงได้

(แม้จะฝืนใจในบางครั้ง เพราะอีคุณโรเดริคแม่งมีส่วนประกอบของเคะเกินครึ่ง...เดชะบุญที่บาชเคะกว่า) << คุณโรเดริคเคะแตกเพราะฟรานซ์นี่จังใช่มั้ยล่ะ....

ว่าแต่ ปล่อยให้เอาปืนเข้าไปได้ยังไง...

#4 By shiny on 2008-11-18 00:53

อุ้ย....................


อีโมสาร์ทมันทำตัวเสะได้ด้วย (หรอ?)

ก็.. ออกทื่อๆ ควายๆ นะคะ... ไม่น่าเล้ย

แต่บาช... ต๊าย โมเอ๊ะ ไม่เหลือบคราบซิสค่อนเลยนะจ้ะ

“ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะบินอยู่ข้างๆ นายเอง...” <--- ชอบประโยคนี้สุดๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คิดได้ยังง๊ายยยยยยยยยยยยยยยย เลิศศศศศศศศศ

#3 By KeeChan on 2008-11-17 23:43

วูบทำไมล่ะ

เขาออกจะชอบตอนบรรยายถึงบาชนะ

โรเดริคพระเอกจังเลย



ฟิคโศกอีกแล้ว

ความรักที่บอกว่าจะคอยอยู่เคียงข้าง แม้ไม่ต้องครอบครองเนี่ยมันดูยิ่งใหญ่เนอะ

ฉันเป็นบาชคงมีความสุขค่ะ

แม้มองไม่เห็นว่าคุณอยู่เคียงข้าง แต่เพียงได้ย้อนถึงเรื่องราวที่ผันผ่าน ตราไว้ในความทรงจำ

แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ

เรื่องนี้เศร้าผสมสุขนะ sad smile
ชอบเพลงนี้อ่ะ
ในเดอะซาวออฟมิวสิคโคดซึ้งเลยconfused smile

#1 By ชุน on 2008-11-17 23:20

poupeegirl fashion brand community