Edelweiss [Hetalia Fanfiction] :: ONESHOT

posted on 17 Nov 2008 23:09 by zakuro in Fiction

 

คู่นี้จะเรียกมันว่าไรดี...

เช...เอาเป็นว่า ดูรายละเอียดเกี่ยวกับคู่นี้ได้ ที่นี่ จ้ะ

 

แต่งจบแล้วก็คิดว่า "กูเอาจนได้นะ..."

แค่นั้นแหละค่ะ กร๊าก

 

คำเตือน - แฟนฟิค Y จ้ะ ไม่ชอบ รับไม่ได้ ไม่รู้จัก ไม่รู้เรื่อง ก็ปิดทิ้งไปได้เลยนะคะ จุ๊บ

 

แปะล่ะ...โอเนไงชิม้าสสสสสสสสสสสสสสส

 

-----------------------------------------------------

 


Edelweiss [Hetalia’s fanfiction]

By Zakuro

Start:

 

อดีต...คือสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง

เป็นเหมือนมีดที่ปักลงกลางหัวใจ

เหมือนกับนายที่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

ลานหญ้าสีเขียวชอุ่มหน้าคฤหาสน์ตระกูลเอเดลสไตน์ที่เคยกว้างขวาง แลดูแคบลงไปถนัดเมื่อได้รับการประดับตกแต่งด้วยซุ้มประตูโค้งและช่อดอกไม้สีหวาน โต๊ะยาวซึ่งจะเป็นที่วางชามค็อกเทลและของกินเล่นจุบจิบอื่นๆ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงปูด้วยผ้าขาวประดับชายลูกไม้อย่างดี

ชายหนุ่มยืนมองทิวทัศน์ทั้งหมดอยู่อย่างเงียบเชียบภายในห้องอ่านหนังสือของตนบนคฤหาสน์ มือเท้าลงบนกรอบหน้าต่างบานใหญ่ขณะที่พิงลำตัวลงบนผนังด้านข้าง ดวงตาสีฟ้าอมม่วงใต้กรอบแว่นฉายแววว่างเปล่า เขาเหม่อลอยคิดถึงอะไรบางอย่างจนกระทั่งถูกเสียงเคาะประตูปลุกให้ตื่นจากภวังค์

“มีอะไร?” โรเดริค เอเดลสไตน์ เจ้าของสถานที่แห่งนี้ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ

“ท่านสวิงก์ลีต้องการพบ ตอนนี้รออยู่ด้านล่างขอรับ”

ชื่อที่ได้ยินทำให้ดวงตาทั้งคู่เบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาอึ้งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะออกคำสั่ง “ไปเชิญขึ้นมาพบที่นี่ก็แล้วกัน”

ข้ารับใช้ที่ด้านนอกรับคำก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำจากไป ไม่นานหลังจากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ท่านสวิงก์ลีขอรับ”

โรเดริคขยับตัวยืนตรงหันไปทางประตูหน้าห้องก่อนจะเอ่ยอนุญาต “เชิญ...”

ประตูไม้สีน้ำตาลแก่บานใหญ่เปิดออกช้าๆ จนกระทั่งกว้างพอที่จะเห็นคนที่ยืนรออยู่ ร่างโปร่งบางในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มตัดกับเรือนผมสีฟางข้าวยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอยู่เสมอ เมื่อแขกก้าวเข้ามาในห้องแล้ว ประตูบานนั้นก็งับปิดลงอย่างเดิม

“ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลยนะ บาช...” เขายิ้มให้ ทว่า บาช สวิงก์ลี ที่ไม่มีท่าทีว่าจะตอบอะไรกลับมาทำให้โรเดริคที่เป็นฝ่ายทักทายก่อนรู้สึกไม่ค่อยดีนักโดยเฉพาะเมื่อนึกถึง ‘ครั้งสุดท้าย’ ที่พบกัน ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มตัดสินใจจะก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายให้ใกล้ขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากจะสังเกตสีหน้า

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” จู่ๆ ดวงตาสีเขียวอมฟ้าก็จ้องเขาเขม็ง โรเดริคหยุดตามที่อีกฝ่ายสั่งโดยอัตโนมัติ

“ฉ..ฉัน...” บาชหลบตาทันทีที่เริ่มพูดอะไรบางอย่าง คิ้วคู่นั้นขมวดเหมือนกำลังรู้สึกยุ่งยากใจอย่างมาก ทั้งที่ตัวเขาซึ่งเติบโตมาด้วยกันน่าจะเห็นบ่อยจนชินแล้ว แต่โรเดริคก็ยังชอบที่จะมอง

“ฉัน...มีของที่อยากมอบให้” มือของคนพูดยกกล่องของขวัญสีแดงใบเล็กๆ คาดด้วยริบบิ้นสีขาวใบหนึ่งขึ้นมา

“...เอ๋...?” ร่างสูงโปร่งเลิกคิ้วขึ้น มองกล่องใบนั้นอย่างงุนงง

“ฉันอยากจะแสดงความยินดี...กับนายไงล่ะ...”

“อ..อ๋อ...” โรเดริครับคำแล้วยื่นมือออกไปเพื่อรับของชิ้นนั้นอย่างเงอะๆ งะๆ มันเบาเสียจนเขาแปลกใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยตามมารยาทที่ดี “ขอบคุณมากนะ...”

“ยินดี...กับนายด้วย...” บาชที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“ฉัน...เปิดดูนะ...” ร่างสูงบอก เขาสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาคล้ายว่ามีอะไรปิดบัง แต่ที่ไม่ห้าม คงเพราะมีคำตอบอยู่ในนี้

เขาหันกลับไปวางมันลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ เพียงออกแรงเล็กน้อย ริบบิ้นก็คลายออก เขาเปิดฝากล่อง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในนั้นก็ได้แต่ยืนเงียบไปครู่ใหญ่

“...บาช”

“ทั้งที่...” อีกคนแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้พูด “ทั้งที่ก็พอจะเดาได้ ว่าคนอย่างนาย คงเลือกสูทสีขาวเป็นชุดเจ้าบ่าวแน่ๆ...และของสิ่งนี้ ก็คงจะกลืนหายไปกับสีขาวอันนั้น...ถึงจะเป็นอย่างนั้น...”

“บาช...”

“นาย...จะช่วยใส่มันไว้ในกระเป๋าเสื้อ...บนอกนั่นได้มั้ย?”

โรเดริคไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้อีก คำพูดที่ตั้งใจจะเอ่ยออกไปไม่ได้หายไปไหน แต่ในความเงียบนั้น ทั้งหมดกลายเป็นอ้อมกอดที่โอบอีกฝ่ายเอาไว้จนแน่น เขาซุกใบหน้า กดปลายจมูกลงในเรือนผมนุ่ม ได้กลิ่นของแสงแดด เมื่อหลับตา เขาก็เห็นภาพของสถานที่แห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมา...เป็นเนินเขาที่หนาวเย็น และมีดอกไม้สีขาวเบ่งบานอยู่เต็ม...ดอกไม้ที่อยู่ในกล่องนั้น

“จ..จะบ้าเรอะ?! ทำอะไรน่ะ? ปล่อยนะ!” ร่างเล็กในอ้อมแขนเริ่มดิ้นรนหลังจากอึ้งไปอึดใจหนึ่ง “โรเดริค ปล่อย! ชุดของนาย...!”

โรเดริคไม่ตอบ เขาปฏิเสธรวมทั้งเลือกที่จะเมินความหวังดีจากอีกฝ่ายด้วยการกระชับแขนทั้งคู่ให้แน่นหนายิ่งขึ้น

“ฉันมันอ่อนแอ...” ชายหนุ่มกระซิบบอกกับคนที่ตนกอดเอาไว้ “ตั้งแต่เด็ก...ฉันได้แต่คอยให้นายช่วยเหลือ...ดีแต่แพ้กลับมา แต่ว่าตอนนั้นมันก็แค่การฝึกซ้อม...ตอนนี้ ไม่ได้แล้วล่ะบาช...”

“โร..”

“ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว...ถึงจะไม่ต้องการ แต่ฉันก็ต้องปกป้องคนของฉัน ปกป้องสิ่งที่บรรพบุรุษของฉันเคยปกป้อง และฉันไม่รู้จริงๆ ว่าด้วยตัวเองเพียงคนเดียวจะผ่านมันไปได้ยังไง...”

คนในอ้อมกอดของเขานิ่งงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ มือที่ตอนแรกแค่ยันอยู่กับอกของเขาพลันเงื้อขึ้นแล้วทุบลงมาเต็มแรง

“ไอ้บ้า!” บาชตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะทุบลงมาอีก “ไอ้บ้า! ไอ้บ้าโรเดริค!”

“บาช เดี๋ยว!”

“ทำไม?! ทำไมนายถึงไม่บอกฉันมาตรงๆ!” ดวงตาสีเขียวอมฟ้าคู่นั้นวาววาบด้วยโทสะ แต่ก็ยังวูบไหวด้วยมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งแทรกอยู่

“ฉันแค่ไม่อยากให้นายต้องมาเสี่ยงด้วย”

“ก็เลยหาเรื่องรบกับฉันน่ะเหรอ?!”

“ฉันต้องทำนะ เข้าใจมั้ย?!” ไม่ทันได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น บาชก็ผลักเขาออกเต็มแรง สองฝ่ายโซเซออกห่างจากกันก่อนที่ฝ่ายผลักจะตั้งตัวได้ก่อน

“ไอ้บ้า! คนอย่างนายมัน...!” มือเรียวเอื้อมไปที่ด้านหลัง ล้วงเข้าใต้เสื้อตัวนอกแล้วดึงเอาปืนที่ซ่อนเอาไว้ออกมา เขาจ่อไปยังใบหน้าของคนที่ยังต้องยันโต๊ะไว้เป็นฐาน

“ฉัน อยากจะฆ่านายนัก!” ร่างบางหอบหายใจขณะที่ประกาศออกไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงลดมือข้างนั้นลงและถอยหลังพิงร่างไว้กับผนังอันเย็นเฉียบ

“ทั้งที่นาย...แค่พูดกับฉัน...แค่บอกฉันว่านายกำลังเจอกับอะไร...แค่บอกว่าต้องการให้ฉันช่วย...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนพึมพำ เขาพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองเมื่อรู้สึกถึงดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวพลางนึกถึงครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน นั่นเป็นวันสุดท้ายของสงครามระหว่างออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์ เหตุก็เพราะจู่ๆ ฝ่ายโรเดริคพยายามจะรวมเอาตระกูลของเขาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตนเองโดยให้มีฐานะรอง ซึ่งในฐานะตัวแทนของวงศ์ตระกูล เขาย่อมยอมไม่ได้ และแม้จะไม่ถนัดการสู้รบ แต่ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเอาชนะกองทัพที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีของโรเดริคได้ แต่ในที่สุดก็ได้รับชัยชนะมา เขาไม่เคยตั้งคำถาม เพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็คือความพยายามอย่างสุดชีวิตของเขาซึ่งสมควรจะเกิดผลอยู่แล้ว และหลังจากนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะพบกับโรเดริคเป็นการส่วนตัวอีกเลย จนกระทั่งวันนี้...

วันที่ความเป็นจริง...ทำให้เขาเจ็บปวดมากมายเหลือเกิน

เขาจะไม่ถาม...ว่าอีกฝ่ายแพ้จริงๆ หรือแกล้งแพ้...จะไม่ถามว่าถ้าชนะแล้วคิดจะทำอย่างไรต่อ...แต่มีเพียงคำถามเดียวเท่านั้น...

ภาพของตัวเองที่ประคองอีกฝ่ายไว้ ตอนที่คอยดูแล ไปไหนมาไหนด้วยกัน ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ เมื่อมองเลยไปเห็นดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆ ที่อยู่ในกล่องก็ทำให้เขาปวดใจมากขึ้นอีก...ภาพของคนตรงหน้าที่ตอนนั้นยังอายุน้อยนัก ยื่นดอกไม้ชนิดเดียวกันนี้ให้เขา ชัดเจนยิ่งกว่าภาพใด

“ฉัน...ไม่ใช่คนที่นายจะมองหาเวลาที่ต้องการใครสักคนอีกแล้วใช่มั้ย...?”

...ทั้งที่คิดว่าถึงจะลำบาก แต่ก็คงประคับประคองกันต่อไปได้ ตัวนายที่ให้ดอกไม้ดอกนั้นกับฉัน บอกว่าสักวันจะเป็นฝ่ายช่วยเหลือฉันบ้าง...บอกว่าฉันคือคนสำคัญที่สุด...

“ฉันบอกแล้วว่าจะให้นายมาเสี่ยงด้วยไม่ได้...” อีกคนเอ่ยประโยคเดิมซ้ำ เขายืนขึ้น มองคนที่กำลังหมดแรงตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน “เอลิซาเบธาก็เข้าใจเรื่องนี้ดี...”

โรเดริคตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ตลอดเวลาที่ผ่านมา บาช สวิงก์ลี ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ถึงแม้จะตัวเล็กกว่าใครหลายคนที่รายล้อม หรือแม้แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่บาชก็ยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งเสมอ ทว่าเวลานี้ เขาไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นจากตัวอีกฝ่ายอย่างที่เคยสัมผัสได้เลย

“บาช...” เมื่อใกล้พอ บางอย่างที่เพิ่งกระทบแสงจากภายนอกก็ทำให้ต้องตกใจ

“บาช...นาย...” โรเดริคยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย ได้แต่สาปแช่งความไม่เอาไหนของตัวเองอ