[INFINITE FanFiction] Paradise :: 1 ::

posted on 18 Apr 2013 02:03 by zakuro in Fiction
 
 
 

Paradise

By Wessnette

Part 1:

 

니가 있어야만 여기가 Paradise

เพียงมีเธอ ที่แห่งนี้ก็เป็นดั่งสรวงสวรรค์ 

 

อีซองยอลก้าวลงจากรถยนต์คันงามด้วยใบหน้าเรียบเฉย ชายหนุ่มขยับเสื้อโค้ตตัวยาวให้เข้าที่ก่อนเงยหน้าขึ้นมองตัวอาคารสูงเด่นพลางนึกประเมินอยู่ในใจ

คฤหาสน์หลังงามกลางป่าเขาแบบนี้ คงไม่น่าแปลกใจถ้าเจ้าของจะสามารถใช้อำนาจเงิน 'อำพราง' และ 'ปิดหูปิดตา' ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ให้มาวุ่นวายได้ เขาเองหากไม่ได้รับการเชื้อเชิญก็คงไม่รู้ว่ามีสถานที่อย่างนี้อยู่เช่นกัน

"มัวยืนเก๊กอยู่ได้ มาได้แล้ว" ใครอีกคนที่ก้าวลงจากอีกฝั่งรีบเดินวนมาดึงตัวเขาให้ออกเดินตาม ซองยอลเห็นความกระตือรือร้นนั้นแล้วก็ให้หมั่นไส้นิดๆ

"คึกจังนะ" เขาว่า

"ก็นานๆ ทีกูจะมีของอวดให้เด็กนอกอย่างมึงตกตะลึงตาค้างบ้าง" เพื่อนสนิทในชุดสูทผ้าไหมสีเทาหัวเราะร่า

แน่นอนว่าอีกฝ่ายคงไม่พาเขามาโดยไม่มีการบอกเล่าคร่าวๆ ให้พอลุ้นก่อน ดังนั้นซองยอลจึงรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าสถานที่เบื้องหน้าเป็นสถานที่แบบไหน...หากเรียกว่าหอคณิกาคงจะฟังดูง่ายและเกือบจะครอบคลุมครบตามความหมาย ทว่าสิ่งที่ทำให้แม้แต่ซองยอลที่แกล้งวางท่านิ่งเฉยมาตลอดจำต้องยอมรับว่าตื่นเต้นไม่น้อยก็ตรงที่บรรดาคณิกาที่รออยู่ด้านในไม่ใช่หญิงงาม แต่ล้วนเป็นชายหนุ่มที่ได้รับการเลือกสรรมาเป็นอย่างดีจากเจ้าของกิจการแห่งนี้

ด้วยคนที่พามาเป็นเพื่อนสนิท ถึงจะห่างเหินไปในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก็รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยม เจ้าตัวจึงรู้ถึงรสนิยมที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้

ซองยอลสามารถชอบและรักผู้หญิงได้ แต่ถ้าถามลึกซึ้งกว่านั้น...เขากลับพึงพอใจบุรุษเพศเสียมากกว่า...ทว่าสังคมไม่ได้เปิดกว้างมากพอให้เผยความจริงนี้ได้ มีเพียงเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้

"เชิญครับคุณชายโฮวอน"

และอีโฮวอนก็คือหนึ่งในนั้น...

ถ้อยคำสุภาพ น้ำเสียง และกิริยาอ่อนน้อมจากคนในชุดสากล สวมเสื้อกั๊กไหมสีดำดูคล้ายพ่อบ้าน เป็นสิ่งแรกที่รอต้อนรับอยู่หลังประตูบานใหญ่ ชายหนุ่มที่กะด้วยสายตาแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาโค้งให้ตามด้วยรอยยิ้มหวาน

"ไงดงอู พวกเราไม่ได้มาเร็วไปใช่ไหม?" โฮวอนทักทายกลับไปอย่างอารมณ์ดี

"ไม่หรอกครับ ยิ่งพอได้ยินว่าวันนี้จะพาเพื่อนคนสำคัญมาด้วย ทางเราก็เตรียมการต้อนรับล่วงหน้าเป็นอย่างดีตั้งแต่หัววันทีเดียวครับ" ถ้อยคำประจบประแจงผ่านริมฝีปากคนพูดออกมาได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด บ่งบอกถึงความชำนาญและคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี "แล้วก็...เนื่องจากเป็นการมาเยือนครั้งแรกของสหายของคุณโฮวอน คุณซองกยูจึงขอพบเพื่อทักทายกันตามธรรมเนียมก่อนครับ"

ฟังเรื่อยๆ ก็คงผ่านหูไปไม่สะดุด แต่ซองยอลก็พอรู้ ว่าธรรมเนียมที่ว่านั้นคงเพื่อความสบายใจของเจ้าบ้าน เพราะถึงแม้ไว้ใจโฮวอน แต่คงยังไม่วางใจเขาง่ายๆ

เมื่อบอกกล่าวเชื้อเชิญแล้ว พนักงานต้อนรับคนเดิมก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรตบท้ายอีกทีก่อนจะบอกให้พวกเขาตามไป ระหว่างที่เดินนำขึ้นบันไดด้วยท่าทางกระตือรือร้นราวกับมีพลังงานเหลือตลอดเวลานั้น เจ้าตัวก็หมั่นชวนคุยเป็นระยะ ซึ่งซองยอลปล่อยให้การตอบรับบทสนทนาทั้งหมดเป็นหน้าที่ของโฮวอนไป

บรรยากาศบนชั้นสองแตกต่างจากชั้นแรกโดยสิ้นเชิง แม้ว่าจะดูสงบเงียบให้ความรู้สึกไปในทางหรูหราคล้ายกัน แต่อะไรบางอย่างในอากาศที่เจือไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ เริ่มสื่อสารกับผู้มาเยือนอย่างชัดเจนขึ้นว่าไม่ว่าเปลือกนอกจะดูเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสถานที่แห่งนี้ก็คือสถานที่ 'ขาย' บริการเช่นนั้น โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาก้าวไปถึงห้องห้องหนึ่ง

"อะ...ย..อย่า...อื้อ......อ๊ะ........."

เสียงครางแผ่วเบาเล็ดรอดออกมาจากประตูที่ปิดไม่สนิท สองคนที่เดินนำด้านหน้าไม่มีท่าทีจะสนใจ ถ้าไม่เพราะเคยชินก็คงเพราะไม่อยากใส่ใจกับธุระของคนอื่น ซองยอลก็ตั้งใจอย่างนั้น ถ้าเพียงแต่ 'เสียง' ที่ได้ยิน ไม่บังเอิญคุ้นหูอย่างน่าประหลาด เมื่อใจคิดไปแล้ว สายตาก็เผลอสอดส่ายเข้าไปในช่องแคบๆ ที่กำลังจะเดินผ่านนั้นทันที

แม้เป็นเพียงพริบตาเดียว แต่กลับนานเหมือนหลายนาที...ร่างที่กำลังทรุดคว่ำหน้าและกำลังทำ 'หน้าที่' ด้วยท่าทางไม่เต็มใจ ใบหน้านั้น ไม่ผิดแน่...

หลังจากนั้น เขาคิดอะไรไม่ออกอีกเลย...ซองยอลเดินต่อไปในสภาพเหมือนคนถูกสะกดจิต ร่างกายยังเคลื่อนไหว แต่สมองกลับเต็มไปด้วยเรื่องอื่น ไม่ได้อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่นั่งลงบนโซฟารับรองแขกแล้วก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิดจน 'คิมซองกยู' ต้องเรียกสติด้วยการยื่นมือมาทำความรู้จัก

"สวัสดีครับ ผมคิมซองกยู เป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้"

เมื่อหลุดจากภวังค์ ซองยอลจึงค่อยได้หายใจ เขามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไล่มาจนถึงมือประดับแหวนที่รออยู่ก่อนจับตอบตามมารยาท "ผมอีซองยอลครับ เป็นเพื่อนของโฮวอน เพิ่งกลับจากต่างประเทศได้ไม่นาน เขาก็เลยพามาเปิดหูเปิดตา"

และตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งสังเกตว่าคนที่กำลังพูดถึงหายตัวไปเสียแล้ว เหลือก็แต่พนักงานต้อนรับที่ได้ยินโฮวอนเรียกว่าดงอูยืนห่างออกไปแค่นั้น และห้องนี้ก็ดูเป็นห้องทำงานธรรมดาๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

"คุณโฮวอนแยกออกไปตามนัดหมายก่อนหน้านี้แล้วครับ" ดูเหมือนคู่สนทนาจะมองอาการของเขาออกได้ไม่ยาก เมื่อถอนมือออกแล้วจึงถามต่อ "มีอะไรกวนใจหรือครับ? ดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หรือติดใจใครเข้าให้แล้ว?"

คำถามเหล่านั้นช่างสมกับเป็น 'เจ้าของกิจการ' เสียเหลือเกิน...ซองยอลเตือนตัวเองให้ตั้งสติ อีกฝ่ายคงกำลังประเมินเขาอยู่ว่าน่าสงสัยหรือไม่ มีวี่แววจะเป็นอันตรายกับกิจการมากน้อยแค่ไหน กระนั้นเขาก็ข่มอารมณ์ได้ยากเหลือเกิน

"ใช่ครับ ติดใจอยู่คนหนึ่ง" หากทำยึกยัก เขาคงดูมีพิรุธทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเลย ดังนั้นจึงตัดสินใจแสดงออกไปอย่างชัดเจนเสียดีกว่า

"แต่คุณเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก..." คิมซองกยูเอ่ยถามกลับเสียงเรียบ

"ใช่ครับ...คนที่ว่านั้น คือคนที่อยู่ในห้องที่อยู่ระหว่างทางมาที่นี่"

ได้ยินอย่างนั้น ซองกยูก็ชำเลืองมองไปทางดงอูพลางถามเขาต่อ "ห้องไหนหรือครับ?"

"ห้องที่ประตูปิดไม่สนิท...คิดว่ามีเพียงห้องเดียว..."

เพียงชั่วอึดใจที่เขาให้ความกระจ่าง ดงอูเองก็ได้ให้คำตอบนายตัวเองเช่นกัน

"อ้อ...ดูเหมือนห้องนั้นจะเป็นห้องของคนที่เป็นอันดับสองของที่นี่ครับ เขารับแขกแค่เพียงคืนละหนึ่งคนเท่านั้น น่าเสียดายที่คืนนี้...ก็อย่างที่คุณทราบ..." และก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยต่อรองอะไร ซองกยูก็รีบว่าต่อ "แต่อย่ากังวลไปเลยครับ เพราะทราบว่าคุณโฮวอนจะพาเพื่อนคนสำคัญมาด้วย เราจึงได้จัดเตรียมอันดับหนึ่งของเราเอาไว้"

"ผมไม่ต้องการ" ซองยอลสวนเสียงแข็งกลับไปทันที ทำเอาอีกฝ่ายต้องชะงักไปชั่วครู่

"ถ้าคุณว่าอย่างนั้น..." ซองกยูถอยออกไปนั่งโซฟาเดี่ยวข้างๆ "อันดับสองของเรา แม้จะรูปงามที่สุดในที่แห่งนี้แล้ว แต่ด้วยนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อดึง อีกทั้งยังไม่ค่อยยอมบริการใคร และไม่ยอมรับแขกเกินวันละหนึ่งคน ทั้งที่เป็นอย่างนั้น...ก็ยังได้รับความนิยมถึงอันดับสอง...ต้องเรียกว่าตาถึงนะครับ"

"บอกมาเถอะ ว่าจะได้หรือไม่ได้" ร่างสูงหันไปสบตา

"ถ้าลูกค้ายืนยันขนาดนี้ จะบอกว่าไม่ได้ได้อย่างไรล่ะครับ" ฝ่ายเจ้าบ้านยิ้มจนดวงตาเรียวเล็กยิ่งหรี่โค้งดูเจ้าเล่ห์ "แต่อย่างที่บอกว่าเจ้าตัวไม่รับแขกเกินกว่าวันละหนึ่งคน ถ้าหากคุณอยากเป็นแขกคนที่สองของวันนี้ ก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง"

สิ่งที่ได้ยินทำให้เขาคิดอะไรไปอีกหลายอย่าง...ที่สำคัญ...ก่อนหน้าเขา มีใครคิดอยากจะเป็นแขกคนที่สองมาก่อนหรือเปล่า และคำแนะนำที่เหมือนบอกเป็นนัยว่าให้ขืนใจอีกฝ่ายนั่นก็ด้วย...มีใครทำมาก่อนหน้าเขาอีกหรือไม่...

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ...เสน่ห์ของอันดับสองของเรา ที่โดดเด่นก็คือความดื้อด้านจนอยากจะกำราบให้พ่ายแพ้ แต่เพราะร้ายอยู่พอตัว ไม่ค่อยมีคนทำสำเร็จหรอก" คนพูดหัวเราะในลำคอ "คุณเองก็ขอให้โชคดี...แล้วจะรู้ว่าอันดับหนึ่งที่ผมเตรียมไว้ให้นั้นดีอยู่แล้ว"

ซองยอลเลือกที่จะไม่ตอบ แต่ดูท่าทีของฝ่ายตรงข้ามก็รู้ว่ากำลังรื่นเริงบันเทิงใจไม่น้อย เท่ากับว่าเขาคงสอบผ่านในฐานะ 'แขก' มาด้วยดีอย่างไม่รู้ตัว

"ดงอู...นำทางคุณอีซองยอลหน่อย ให้รอที่ห้องรับรองจนกว่าทุกอย่างจะพร้อม" แล้วคิมซองกยูก็ออกคำสั่งต่อด้วยท่าทางสบายๆ

 

"ก่อนพาเข้าไป ก็อย่าลืมบอก 'แอล' ด้วยล่ะ ว่าเขาอยากเป็นแขกคนที่สองของคืนนี้"

 

 

TBC...

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 11:48

โอ้ว สถานบันเทิงแห่งนี้.......
คนที่ปิดประตูไม่สนิทนั่นใช่น้องมยองหรือไม่ ฮือออออออ
เหมือนจะรู้จักกับพี่ยอลมาก่อนด้วย
ทำไม เกิดอะไรขึ้นกันคะ TTTTTT
ติดตามๆๆ

#1 By junism on 2013-04-18 14:12

poupeegirl fashion brand community