[INFINITE FanFiction] Paradise :: 3 ::

posted on 21 Apr 2013 22:34 by zakuro in Fiction
 
 
 
ด้วยความเหมาะสมแล้วเลยไม่ค่อยอยากลงต่อในบลอกเท่าไรเลยค่ะ
(เพราะเวลาที่ลงก็ต้องมานั่งตัดแต่งบางตอนให้เหมาะสมด้วย ฮา ขี้เกียจนั่นเอง)
และเนื่องจากว่าเรื่องเรทในด้านฉากแบบนั้น (แบบนั้นแหละ...) ก็ยังพอไหว แต่เนื้อหาบางอย่างก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับคนที่ยังอายุน้อยด้วย
แต่เห็นว่ายังมีคนอ่านอยู่ (คุณ junism) ก็เลยอยากจะลงต่อไปเรื่อยๆ
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าหนักใจค่ะ แต่ยังไงจะพยายามทำเท่าที่ทำได้นะคะ
 
:)
 
 
 
 
 
 

Paradise

By Wessnette

Part 3:

 

ซองยอล...รักนะ... 

มยองซูรักซองยอล... 

อยากอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป... 

 

ความทรงจำเก่าๆ ตรงเข้าจู่โจมทันทีที่ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะรถ...ผ่านไปกว่าสองปี มันก็ยังคงแจ่มชัดไม่เปลี่ยนแปลง คิดว่าคงจะฝังกลบลบลืมไปได้แล้ว แต่เพียงแค่ได้กลับมาพบคนที่เคยกระซิบบอกถ้อยคำแสนหวานเหล่านั้น ทุกอย่างก็ผุดกลับคืนมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ทั้งที่ในความเป็นจริง มันกลับตรงกันข้าม...

ถึงแม้อีกฝ่ายจะขายตัวเองเหมือนเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้...ว่าอีซองยอลขืนใจคิมมยองซู ทำร้ายจิตใจ บังคับร่างกาย เพราะเขาโกรธจนหูอื้อตาลาย เลือดในกายร้อนผ่าวด้วยโทสะและแรงปรารถนาปะปนกัน แต่ร่างเพรียวก็ไม่ได้ยิ่งหย่อน สามารถใช้คำพูดไม่กี่คำประชดแดกดัน ทิ่มแทงหัวใจของเขาจนปวดร้าวได้อย่างเก่งกาจ

ซองยอลเหม่อมองออกไปบนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มด้านนอก จากทิวทัศน์ในตัวเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงทันสมัย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบ้านเรือนบางตาในแถบชานเมือง และในที่สุดก็เป็นเพียงแมกไม้ป่าเขา หลังจากนั้นไม่นาน รถคันงามก็พาเขามาส่งถึงที่หมาย

วันนี้ซองยอลมาคนเดียว เขาไม่ได้บอกโฮวอนเพราะไม่อยากโดนถามซอกแซก แม้รู้ว่าเพื่อนคงเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ยากแต่เขาก็คร้านจะอธิบาย

"สวัสดีครับคุณซองยอล" คนที่รอต้อนรับอยู่หลังประตูยังคงเป็นคนเดิม ซองยอลจำชื่ออีกฝ่ายที่โฮวอนเคยเรียกได้จึงตอบรับอย่างมีไมตรี

"สวัสดีดงอู"

ชายหนุ่มในเสื้อผ้าลักษณะเดียวกับคืนวานยิ้มให้ "เชิญครับ" หลังจากออกเดินนำได้สักพักจึงเริ่มชวนคุย "วันนี้มาคนเดียวเลยนะครับ"

"อืม" เขาตอบเรียบๆ "แปลกเหรอ?"

"นิดหน่อยครับ...ส่วนมากคนที่มาครั้งแรกจะไม่มาต่อทันทีในวันถัดมา หรือถ้ามาก็จะมากับเพื่อนที่เป็นผู้แนะนำเสียมากกว่า"

ซองยอลฟังเงียบๆ...พอได้ลิ้มรสผลไม้ต้องห้าม บางคนก็อาจต้องการเวลาตั้งหลักกระมัง

"แล้ว...อยากได้อะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ?"

คำถามของดงอูทำให้เขาต้องเลิกคิ้วด้วยความสงสัย "อะไรล่ะ?"

อีกฝ่ายไม่ได้ตอบออกมาเป็นคำพูด แต่พาเขาไปยังห้องห้องหนึ่ง เมื่อย่างเท้าเข้าไป ซองยอลก็เข้าใจในทันที

อุปกรณ์ทั้งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็นจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่ภายในห้องนั้น ทั้งของเล่น ของเทียม หรือแม้แต่สิ่งของที่ดูแล้วน่าจะเป็นเครื่องมือทรมาน มีให้เลือกละลานตา

"สำหรับอันดับสอง จำกัดให้ใช้ได้แค่ของที่อยู่ทางนี้ครับ" คนนำทางผายมือไปยังชั้นที่เต็มไปด้วยของเลียนแบบชนิดต่างๆ "ส่วนของอื่นๆ ที่อาจทำให้บาดเจ็บได้ต้องขอห้ามไว้ ทั้งเพื่อความปลอดภัยของแขกและคนของเราครับ"

ซองยอลได้แต่ยืนนิ่ง

"จะรับไหมครับ?" ดงอูถามย้ำอีกที

"ไม่ล่ะ..." เขาปฏิเสธก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกด้านนอกด้วยตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายตามออกมาและปิดห้องเสร็จแล้วจึงกลับมานำทางตามปกติอีกครั้ง

คงเพราะซองยอลไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ครั้งนี้ดงอูจึงเลิกหาหัวข้อสนทนามากวนใจ แต่เมื่อเดินขึ้นบันไดมาจนถึงชั้นสอง ความเงียบที่ครอบคลุมมาตลอดก็จบลง

"คุณน่ะ...รู้จักกับแอลมาก่อนใช่ไหมครับ? ก่อนที่จะกลายมาเป็นอย่างนี้..."

คนถูกถามนิ่งไปอึดใจ "ทำนองนั้น..."

ซองยอลคิดว่าที่ฝ่ายตรงข้ามถามออกมาอย่างนี้คงเพราะเมื่อวาน หลังกลับออกมาจากห้องของอันดับสองผู้เลื่องชื่อแล้ว เขาก็ยืนกรานที่จะจองตัวคนที่เขาเพิ่งข่มเหงไปสำหรับคืนวันนี้ให้ได้ ถึงขนาดใช้เงินจำนวนมากฟาดให้ร้านจัดการคนที่จองเอาไว้ก่อนให้พ้นๆ ทางไป

บทสนทนาระหว่างเขากับดงอูเหมือนจะจบลงเพียงเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างยังเดินต่อไปจนกระทั่งถึงหน้าห้องที่ 'สินค้า' รออยู่

"มยองซูเป็นคนดื้อ อาจจะน่าโมโหไปบ้าง...แต่ช่วยดีกับเขาด้วยนะครับ" พูดจบก็เปิดประตูให้ "เชิญครับคุณซองยอล ขอให้ได้รับความสำราญอย่างเต็มที่"

เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่ดงอูเอ่ยสิ่งที่น่าจะอยู่นอกเหนือจากหน้าที่ แม้จะแปลกใจ แต่ด้วยจังหวะเวลาที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกะเอาไว้แล้ว ซองยอลก็ไม่มีโอกาสได้ซักถาม เมื่อถอดรองเท้าออกให้นำไปจัดเก็บ เขาก็ก้าวเข้าไปในห้องตามคำเชื้อเชิญ แล้วประตูก็ปิดลง

ร่างเพรียวคุ้นตานั่งเรียบร้อยอยู่บนพื้นหน้าฟูกนอน สวมเพียงชุดผ้าไหมสีนวล แค่กระตุกผ้าคาดเอวออกทั้งร่างก็คงจะเปล่าเปลือย

มยองซูวางท่านิ่งเฉย ไม่มองหน้า ไม่สบตา ไร้คำหรือกิริยาต้อนรับทักทาย แต่สองมือที่ประสานอยู่บนตักกุมกันแน่น ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นความหวั่นกลัวที่แฝงอยู่ในนั้น ความรู้สึกเหนือกว่าล้นบ่าชัดเจน ซองยอลมองลูกไก่ในกำมือตรงหน้า ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เมื่อคิดว่าเขามาที่นี่เพื่ออะไรก็ควรจะสนุกกับบทบาทของตนเองให้เต็มที่ ข่มเหงย่ำยีอีกฝ่ายเสียให้หนำใจ ให้สมกับสิ่งที่เคยทำเอาไว้กับเขาและให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปทั้งหมด ถึงกระนั้นกลับมีบางอย่างขัดแย้งอยู่ในอกจนเรื่องไม่ได้ง่ายอย่างนั้น

"จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ?" เมื่อไม่สามารถหาคำตอบให้กับความสับสนของตัวเองได้ ซองยอลจึงเริ่มจากการนับหนึ่งในสถานการณ์ปกติแทน ทว่ามยองซูไม่ยอมตอบสนอง

ดื้อนัก...

"ฉันจ่ายเงิน ไม่ได้ขอให้ทำฟรีๆ" ความรู้สึกที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาในใจพาลให้ปากพูดไปเสียอย่างนั้น อีกฝ่ายเม้มริมฝีปากก่อนจะยอมเอ่ยออกมา

"ยินดี...ต้อนรับ..." เสียงแผ่วเบาแค่นออกมาจากในลำคอด้วยท่าทางเจ็บแค้น

"ถ้ายินดีก็ยิ้มซะด้วยสิ" ท่าทางของอีกคนทำให้เขาพานจะอารมณ์เสีย พอประชดกลับไป มยองซูก็ยิ่งซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้ไม่อยู่ สีหน้าฟ้องชัดว่าไม่คิดจะอ่อนลงแม้แต่น้อย

"แบบนี้ก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันแล้ว" ซองยอลว่าอย่างอดไม่ได้

"แล้วในที่แบบนี้ใครเขาจะมาคุยกันให้เสียเวลาล่ะ" มยองซูสบตาเขาในที่สุด ทั้งไม่วายตอกย้ำให้เขาได้เจ็บปวด "ดูจากเมื่อวาน...นึกว่ารู้ดีอยู่แล้วซะอีก"

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมีประกายประหลาด พอได้มองหน้ากัน อีกฝ่ายก็เหมือนจะยิ่งเก็บอาการไม่อยู่ "คาดไม่ถึงว่าจะได้เจออีกเร็วขนาดนี้...ติดใจหรือไง? จ่ายไปเท่าไรกันล่ะ?"

ซองยอลพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็น แต่ยิ่งได้ยินแต่ละคำ โทสะก็ยิ่งทับถมจนจวนจะควบคุมไม่ไหว

"มากจนฉันคิดไม่ตกเลยว่าต้องทำอะไรกับนายดีถึงจะคุ้ม" เขาตอบโต้แล้วก็นึกขึ้นได้ "จริงสิ...วันนี้ ฉันเป็นแขกคนแรกนี่นะ"

ทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขสำคัญนั้น มยองซูก็เหมือนจะหน้าซีดลงไป มือที่กุมกันเอาไว้ยิ่งจิกเกร็งขึ้น ยังคงวางท่าหยิ่งผยองแม้ความหวาดหวั่นจะฉายชัดอยู่ในแววตา

อวดเก่งจนน่าหมั่นไส้...

"ถอดเสื้อผ้าออกซะ" เขาสั่ง รออยู่หลายอึดใจ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ไหวติง

"ฉันบอกให้ถอด"

มยองซูขบกรามแน่นก่อนจะคลายมือออกเพื่อปลดผ้าที่ผูกคาดเอวเอาไว้ เป็นไปตามที่ซองยอลคาด เครื่องแต่งกายของคนตรงหน้ามีเพียงเท่านั้นจริงๆ พอร่นออกจากไหล่ลงไปจนถึงเอวแล้ว มยองซูก็ชะงัก ไม่ยอมปลดชุดผ้าไหมตัวงามออกไปให้พ้นตัว

"นอนลงไป" ชายหนุ่มไม่เสียเวลาบีบบังคับกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เขาออกคำสั่งถัดไปทันที อีกคนยอมทำตามในสภาพเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง มยองซูนอนลงบนฟูกผืนนุ่ม สองมือวางกุมกันอยู่บนลำตัวพร้อมกับยึดสาบชุดเอาไว้ให้ยังติดกัน ตาปักมองเพดานนิ่ง

ร่างสูงเดินเข้าไปหา ทรุดนั่งลงข้างๆ ก่อนเอื้อมไปแกะมืออีกฝ่ายออก มยองซูยิ่งขืนกำแน่น แต่เมื่อเขาออกแรงกระชาก ร่างโปร่งก็ยอมคลายมือออกอย่างจำทน ซองยอลจัดการปัดเนื้อผ้าราคาแพงให้พ้นไปจากผิวนวล ทอดสายตาเชยชมเรือนร่างตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

มยองซูสะดุ้งเบาๆ เมื่อเขาเริ่มแตะต้อง ปลายนิ้วลากจากกึ่งกลางระหว่างกระดูกไหปลาร้า ผ่านหน้าอก เรื่อยไปจนถึงท้องน้อย ลมหายใจของคนถูกลวนลามถึงกับสะดุดอยู่หลายห้วง แต่ยังแข็งใจไม่ปริปากหรือตอบโต้อะไรแม้แต่น้อย

เมื่อได้สัมผัส สัญชาตญาณก็เริ่มมีชัยเหนือสติ ความปรารถนาก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มยองซูหายใจติดขัดคล้ายกับจะรู้ชะตากรรม ถึงอย่างนั้น เมื่อเขาขืนด้วยกำลัง ก็ยังไม่วายกลั้นสะอื้นจนตัวสั่นสะท้าน ใบหน้าหันหนี เสมองไปทางอื่น มีเพียงสีหน้าและแววไหวระริกในดวงตาเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่ามยองซูไม่ได้เมินเฉยหรือไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของเขาอย่างที่เจ้าตัวพยายามแสดงออกเลย

ร่างเพรียวกัดริมฝีปากแน่น ข่มตาลงอย่างขมขื่น สองมือจิกฟูกที่นอนจนข้อขาว เขาพยายามอดทนตามเงื่อนไข ยอมตามใจแขกคนแรกทุกอย่าง ถึงแม้ใจจะคิดอย่างไร ร่างกายก็ไม่อาจฝืนแรงกระตุ้น ร่างกายร้อนผ่าว ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น สติแทบจะเตลิดเปิดเปิง

งานที่ทำมาจนถึงตอนนี้สอนให้มยองซูรู้จักที่จะมี 'ความสุข' กับการถูกล่วงล้ำร่างกายมากพอๆ กับการได้รับการปรนเปรอที่ส่วนไวสัมผัส ยิ่งซองยอลเร่งมือมากเท่าไร มยองซูก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ปลายเท้าจิกเกร็ง เสียวซ่านจนแทบจะกรีดร้องออกมา ไม่นานเกินรอก็โดนความสุขสมเล่นงานจนตาพร่าพราย

ซองยอลใช้จังหวะที่อีกฝ่ายยังจมดิ่งอยู่กับจุดสูงสุดซึ่งยังคุกรุ่นแจ่มชัดเพื่อปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายของตนเอง เมื่อหมดสิ่งกีดขวาง ชายหนุ่มก็ไม่รีรอที่ครอบครองร่างที่กำลังฉ่ำร้อน สองมือลูบไล้ร่างด้านใต้จนทั่ว เขากดจูบลงบนผิวเนียน กลิ่นหอมจางแตะจมูกชวนให้หลงใหล

มยองซูทั้งครางทั้งสะอื้น น้ำตาเอ่อหยดเปื้อนสองข้างแก้ม ปล่อยให้เขากระทำจนถึงจุดสุดท้าย เมื่อผละออกมา เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงรีบถอยหนีแล้วแต่งเนื้อแต่งตัวแทบไม่ทัน แต่ไม่เลย...มยองซูยังนอนอยู่อย่างเดิม ในท่าทางแบบเดิม ผลงานที่เขาเหลือทิ้งเอาไว้เลอะเปื้อนผิวขาว มีเพียงมือทั้งสองข้างเท่านั้นที่เพียรรวบชุดที่สวมใส่ให้กลับมาปิดบังร่างกายเท่าที่จะทำได้ แล้วซองยอลก็นึกออก...เขาเป็นคนสั่งเอาไว้เอง

"ฉัน...ลุกได้หรือยัง?" เสียงที่เอ่ยถามแหบพร่าสั่นเครือ ยืนยันว่าเขาเดาถูก

"เชิญ..."

เมื่อได้รับคำอนุญาต ร่างอ่อนแรงจึงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งพลางจับเสื้อผ้าให้เข้าที่ มยองซูไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น ใบหน้าสวยเปรอะไปด้วยรอยน้ำตา เส้นผมยุ่งเหยิง ตาแดงก่ำ พอเขาเอื้อมมือไปแตะก็สะบัดตัวหนี

"ขอบคุณที่ใช้บริการครับ" พูดแบบนั้นแล้วก็รีบลุกขึ้นโซซัดโซเซหนีเข้าห้องน้ำ อะไรบางอย่างกระตุ้นให้ซองยอลรีบตามไป ชายหนุ่มคว้าชุดคลุมที่ได้รับการจัดเตรียมเอาไว้บนชั้นวางที่มุมห้องมาสวมแล้วผลักประตูเข้าไปทันที คงเป็นโชคร้ายของมยองซูที่สถานที่แห่งนี้แทบไม่ติดกลอนเอาไว้ให้เลย

คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งโหยง หันมามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่ใช่ภาพที่ผิดคาดเลยแม้แต่น้อย ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ซองยอลแน่ใจ ว่าคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอยากตามเข้ามาในนี้อย่างที่ตัวเองก็ไม่อาจเข้าใจได้

มยองซูร้องไห้...หรือด้วยสถานการณ์แล้ว คงต้องบอกว่าอีกฝ่ายหลบเข้ามาแอบร้องไห้อยู่ในนี้เพียงคนเดียว ไม่ว่าจะไม่อยากให้เขาเห็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม ในวินาทีนี้มันแทบจะไม่สำคัญเสียแล้ว

ซองยอลไม่สามารถพูดอะไรได้ สัญชาตญาณสั่งให้เอื้อมมือออกไปคว้าตัวคนตรงหน้า มยองซูสะบัดหนีอีก แต่หนนี้เขาไม่ยอม ยิ่งตามจับจนอีกคนต้องถอยหนีลึกเข้าไป หากห้องไม่ได้กว้างมากพอให้หลบไปไหนได้ สุดท้ายมยองซูก็จนอยู่ในมุมแคบๆ

"อย่า..." ร่างเพรียวดิ้นรนเมื่อเขาฉุดให้ออกมาหา มือพยายามดันเขาให้ออกห่าง คอยค้ำไม่ให้เข้าใกล้ ขัดขวางจนซองยอลต้องจัดการด้วยการคว้าข้อมือแล้วสู้ด้วยแรงที่มี ยื้อกันไปมาอยู่สักพักมยองซูก็ยอมแพ้ ก้มหน้ายอมรับชะตา มิหนำซ้ำยังร้องไห้ออกมาอีก

ภาพที่เห็นทำให้เจ็บปวดอย่างน่าประหลาด เขาพอมองออกว่าอีกฝ่ายคิดว่าเขาจะทำอะไรถึงได้ขัดขืนและกลัวถึงขนาดนี้ แต่ไม่ใช่เลยสักนิด...ซองยอลรวบเอาตัวอีกคนเข้ามากอดเอาไว้แน่น รู้สึกถึงแรงสะอื้นได้อย่างชัดเจน มยองซูยอมอยู่ในอ้อมแขนเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะพยายามดันตัวออก

"ออกไปเถอะ หมดเวลาแล้ว...ฉันต้องรีบอาบน้ำ" คนที่ยังโดนจับตัวเอาไว้หลวมๆ ก้มหน้าก้มตาบอกด้วยเสียงที่ยังสั่นเครือ

"ฉันก็จะอาบเหมือนกัน" เขาลองตื๊อดูบ้าง พอพูดออกไปอย่างนั้น มยองซูก็ถอยจนหลุดมือไป

"ฉันจะออกไปรอข้างนอก" เอ่ยจบก็หนีออกไปทันที

ซองยอลไม่ได้ดันทุรังตามต่อ นั่นเพราะเขาไม่อยากให้ฝ่ายนั้นคิดว่าถูกกลั่นแกล้ง ชายหนุ่มรู้สึกสับสนในอกจนยากจะอธิบาย แต่โดนตัดบทหลบหน้าเสียแล้วก็แค่นั้น เขาล้างเนื้อตัวพอประมาณก่อนจะกลับออกไป มยองซูนั่งรออยู่บนฟูก มีเสื้อผ้าของเขาที่พับรวมกันเอาไว้อย่างประณีตเรียบร้อยวางอยู่ข้างกัน

"ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ..." ร่างเพรียวลุกขึ้นพูดตามมารยาทก่อนจะเดินสวนเข้าห้องน้ำไป

เมื่อค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเรื่องราวของวันนี้คงจบลงเพียงเท่านี้ ร่างสูงจึงแต่งกายกลับคืนอย่างเดิมก่อนก้าวออกจากห้องทั้งที่ยังมีความรู้สึกบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ ออกมาได้เพียงไม่กี่วินาที ดงอูก็ขึ้นบันไดมาสมทบแล้วพาให้ไปนั่งที่ส่วนรับแขกบริเวณชั้นล่างเหมือนเมื่อวาน มีหนังสือ ของว่าง รวมทั้งชาและกาแฟให้ใช้ฆ่าเวลาระหว่างรอเรียกรถส่วนตัวให้มารับ

ซองยอลเลือกที่จะนั่งเฉยๆ ฟังเสียงดนตรีบรรเลงที่ดังแผ่วๆ มาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มุมห้อง โซฟาที่เขาเลือกนั่งอยู่ใกล้กับประตูหน้ามากที่สุดแต่หันหลังให้ หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็เห็นดงอูรีบเดินออกไปยืนบนที่ประจำ ไม่นานแขกคนใหม่ก็ก้าวเข้ามาเยือน

"ฉันมาเร็วไปหรือเปล่า?" ใครสักคนที่เขาไม่รู้จักถามดงอูกลับหลังทักทายกันสองสามคำ ซองยอลไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่บทสนทนาก็ไม่ได้เบาจนต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด

"เร็วไปเล็กน้อยครับ คงต้องรบกวนให้ท่านรอที่ห้องรับรองก่อนสักครู่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผมจะรีบไปเชิญให้เร็วที่สุดเลยครับ" ดงอูเอ่ยเร็วๆ เหมือนจะตัดบท เรื่องคงจบลงเพียงเท่านั้นหากไม่มีประโยคถัดมา

"แล้วจะได้อันดับสองแน่นะ? ฉันไม่ได้ว่างทุกวัน ทั้งที่จองตัวเอาไว้ล่วงหน้าแล้วก็ยังจะมาเลื่อนกันอีก อยากจะมีปัญหากันหรือยังไง"

"ต้องขออภัยจริงๆ ครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้อันดับสองจะต้อนรับท่านอย่างดี"

คำพูดหลังจากนั้นซองยอลแทบจะไม่รับรู้อีกต่อไป ชายหนุ่มกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งโกรธและรู้สึกเหมือนโดนหักหน้า แต่เขายังข่มอารมณ์ไว้เพื่อรอการยืนยัน

"ดงอู" ซองยอลรีบลุกขึ้นไปดึงแขนเจ้าของชื่อเอาไว้ทันทีที่เห็นเดินกลับมา

"ผมรู้ว่าคุณจะถามอะไร" อีกฝ่ายมีสีหน้าเคร่งเครียด "ผมรู้ว่าคุณจ่ายเงินเยอะเพื่อวันนี้ เพื่อที่จะแย่งเป็นแขกของอันดับสอง ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณคาดหวังที่จะเป็นแขกเพียงคนเดียวของเขาในคืนนี้หรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ถึงขนาดนั้น คนที่มาที่นี่ล้วนเป็นคนมีเงิน มีอำนาจ หรือมีทั้งสองอย่างทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าร้านของเราจะออกคำสั่งกับเขาได้"

ความจริงเหล่านั้นเสียดแทงใจของซองยอลจนเจ็บจุก

"อย่างแขกคนเมื่อกี้ ที่จริงแล้วคือคนที่จะเป็นแขกคนแรกของแอลในวันนี้ แต่เมื่อคุณแทรกเข้ามา เราก็ทำได้เพียงเลื่อนเวลาของเขาออกไป" แววตาของคนพูดฉายแววขมขื่น "มยองซูเอง เพื่อที่จะไม่ให้ทุกอย่างยุ่งยากวุ่นวาย ก็ต้องยอมตกลงรับแขกคนที่สองในครั้งนี้ด้วยดีไปด้วย"

สิ่งที่ได้ฟังทำให้รู้สึกเหมือนโดนผลักลงไปในหุบเหวลึก สมองของซองยอลตื้อไปชั่วขณะราวกับไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไตร่ตรองเรื่องไหนก่อน แต่เพียงแค่คิดว่าคืนนี้มยองซูคนนั้นจะต้องถูกใครอื่นนอกจากเขากกกอดก็แทบจะทนไม่ได้ เมื่อรู้ตัวชัดเจนว่าตนเองคงไม่สามารถเล่นตามกติกาของสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ได้ ซองยอลก็ตระหนักในวินาทีนั้น

ข้างในนี้...ในหัวใจของเขา...ยังหลงเหลือความรู้สึกให้กับคิมมยองซู...

 

"ดงอู...ช่วยพาฉันไปพบคุณซองกยูด้วย..."

 

 

 

TBC...

Comment

Comment:

Tweet

ฮือออออ อ่านแล้ว ทั้งลุ้นทั้งอยากรู้ทั้งสงสาร สงสารทั้งมยอง ทั้งยอลลี่ Y_Y
แล้วแบบนี้ ยอลลี่จะทำยังไงดีล่ะเนี่ยยยยยย
เราเป็นคนนึงที่ตามอ่านและชอบฟิคของไรท์เตอร์มากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

#5 By MYB_KIM (103.7.57.18|110.168.69.114) on 2013-04-25 01:38

งื่ออออออ อยากรู้เรื่องราวในอดีตเลย
2คนนี้เคยรักกันแล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมแอลถึงต้องมาทำงานแบบนี้
สงสารแอล TT__TT
พี่ยอลจะช่วยแอลไหมค่ะ
เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ

#4 By baby_sky (103.7.57.18|171.100.201.144) on 2013-04-23 20:41

อ่านจบแล้วหน่วงจนถึงที่สุดดด คือ.. หืม.. เฮ้อออ อธิบายไม่ถูกเลย สงสารแอล
แต่ก็นะ มันคงมีที่มา (ฮือออ เม้นไม่ถูกร้องไห้ดีกว่า)

ถ้าไร้เตอร์จะไม่ต่อที่นี่เราก็เข้าใจนะคะ อัพทูยูวววเลยค่าา^^

#3 By PPS86 (103.7.57.18|115.67.164.129) on 2013-04-23 02:11

ๆไรเตอร์ขาา หนูขอโทษที่ทำให้ลำบากใจนะ. TTTT.
แต่คือก็ตามอ่านของไรเตอร์ทุกเรื่องค่ะแล้วเรื่องนี้เรทก็ค่อนข้างแรงด้วย
ถ้าไรเตอร์ไม่สบายใจก็ไม่ต้องลงต่อก็ได้ค่ะ มันคงยุ่งยากตอนตัดแต่งพันธุกรรมน่าดู 5555. หนูยังโอเคอยู่ค่ะ
ไว้มีเรื่องไหนที่เรทมันผ่านก็ค่อยเอามาลงแทนก็ได้ ยังติดตามอยู่เสมอนะคะ
ไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้ว 55555 เอาเป็นว่าคนอ่านคนนี้ชอบสามแชปที่ลงในบล๊อกนี้มากแล้วกัน. =u=~ big smile

#2 By junism on 2013-04-22 07:17

สองคนนี้มันต้องมีซัมติงกันแน่ๆเลย >< แอดเค้าเอาใจช่วยน้าาาูููููู^^ http://touch.exteen.com/images/e/e15.png

#1 By inspirite (103.7.57.18|101.51.174.15) on 2013-04-22 02:14

poupeegirl fashion brand community