[INFINITE FanFiction] Paradise :: 5 ::

posted on 18 May 2013 19:53 by zakuro in Fiction
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Paradise

By Wessnette

Part 5:

 

"...ไม่......ปล่อยนะ.........อย่า......"

 

ไม่ว่าก่อนหน้าจะทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่ายสักแค่ไหน แต่มยองซูมักจะดิ้นรนขัดขืนเสมอเวลาที่เขาทำให้ 'รู้สึกดี' ขึ้นมาได้ เมื่อเป็นแบบนั้น ซองยอลก็ต้องจับตัวเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายดิ้นไม่มากจึงไม่เหนื่อยแรงนัก ทว่าบ่อยเข้าก็ทำให้เขาเริ่มรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในท่าทีเหล่านั้น

คงเพราะมันดูไม่ถูกต้องนัก ที่ยามมีความสัมพันธ์ระหว่างกันในสภาพที่ต้องตกเป็นฝ่ายถูกครอบครองอย่างนี้แล้ว ร่างเพรียวกลับคล้อยตามและสุขสมจนควบคุมตัวเองไม่ได้...การที่มยองซูรู้สึกซาบซ่านเช่นนั้นเหมือนเป็นหลักฐานยืนยันถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยต้องเผชิญมา

เพื่อไม่ให้เขานึกรังเกียจหรือเหยียดหยาม ก็คงไม่อยากให้เห็นประสบการณ์ที่ติดตัวมาโดยไม่เต็มใจเหล่านั้น

แต่ทั้งหมดซองยอลเพียงแค่คิดเอาเอง...นั่นเพราะมยองซูไม่เคยขัดขืนชนิดสุดชีวิต เพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยและร่ำร้องปฏิเสธ คล้ายกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง อยากรักษาศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิด แต่ก็ตระหนักในฐานะของตนจนไม่กล้า ลงท้ายจึงทำได้เพียงออกท่าทีเหมือนจะขอความเมตตาจากผู้เป็นนายอย่างเขา...เมื่อไม่ปล่อย คนที่อยู่ใต้ร่างก็ร้องไห้เงียบๆ ไม่อ้อนวอนอะไรอีก

ครั้งแรกๆ ที่เกิดขึ้น ซองยอลไม่ได้เก็บเอามาคิดถึงขนาดนี้ ใจอคตินึกว่าอีกคนจงใจเล่นเนื้อเล่นตัวขัดอารมณ์กัน เพราะกว่าจะออกอาการที่ว่าก็เรียกว่าสายเกินไปทุกครั้ง เมื่อหยุดไม่ได้ เขาจึงต้องฝืนใจไปเสียทุกคราว รังแกคนอ่อนแอกว่าจนจนมุม เมื่อได้สมใจแล้วจึงค่อยปล่อยให้เป็นอิสระ

แต่เมื่อเริ่มสังเกตได้...เขาจึงพยายามอดทนไม่แตะต้องตามใจตัวเองมากนัก กระนั้นมยองซูก็ยังมีท่าทางไม่สบายใจอยู่ดี ยิ่งเห็นได้ชัดเวลาที่ร่วมโต๊ะอาหารมื้อเย็นกัน อีกฝ่ายจะลอบมองเขาเป็นพักๆ ด้วยสายตาสับสนกึ่งหวั่นกลัว ทำท่าเหมือนมีเรื่องอยากพูด แต่สุดท้ายก็เงียบแล้วเดินเชิดหน้ากลับขึ้นห้องนอนไป

ซองยอลยกห้องเดิมของตัวเองให้มยองซู ส่วนเขาเอง ระหว่างที่ละเว้นอีกฝ่ายอยู่นั้นก็จะย้ายไปนอนห้องเดิมของพ่อแม่ วันใดเกินขีดความอดทนจึงค่อยเข้าหาสักครั้ง มยองซูที่มักจะสะดุ้งเวลาเขาเปิดประตูเข้าไปก็น่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย สั่งอะไรก็ยอมทำตาม

เสียงเตียงลั่นเอียดอาดยามชายหนุ่มโถมตัวเข้าใส่ร่างในอ้อมแขน ฝ่ายถูกกอดจิกเล็บลงบนบ่ากว้างด้วยสีหน้าทรมาน กัดริมฝีปากไม่ยอมให้เสียงครางหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว ดวงตาปิดแน่นจนหยดน้ำตาบางๆ เกาะอยู่บนแพขนตายาว มยองซูสะอื้นแล้วก็กลั้นใจรับอารมณ์ของเขาอย่างเต็มความสามารถ แม้จะผ่อนลมหายใจได้ลำบากเต็มทีก็ยังเพียรพยายามเก็บกดอาการของตัวเองเอาไว้

จนถึงตอนนี้...ซองยอลก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่...

หลังจากไม่ได้พบกันกว่าสองปีและไม่คาดหวังแม้แต่จะได้เจอ พอรู้สึกตัว เขาก็ทุ่มเงินซื้ออีกคนเอามาเป็นของตัวเองเสียแล้ว ระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่อยู่ด้วยกันไม่ช่วยให้คำตอบกระจ่างชัด ด้วยพบในสภาพนั้นและเริ่มต้นอีกครั้งด้วยเรื่องอย่างนี้ เขาจึงเกิดความปรารถนาในตัวอีกฝ่ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

มยองซูไม่ต่อต้าน ไม่ขัดขืน ถึงแม้จะมีอาการเกร็งจนสั่นหรือหวาดกลัวบ้างแต่ก็ยินยอมโดยดี...บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวตระหนักในสถานะของตนเองดียิ่งกว่าใคร

เขาเคยเห็นมยองซูเดินออกจากบ้าน ไปไกลถึงหน้าประตูใหญ่ ยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานแล้วสุดท้ายก็กลับมา ถนนที่ทอดยาวและเวิ้งว้างในแถบชานเมืองอย่างนี้ คงไร้วี่แววผู้คนเสียจนไม่อาจดิ้นรนหนีไปไหนได้ การยอมรับชะตากรรมจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ของมยองซู

"ซองยอล...ย..อย่า......" มือสั่นระริกพยายามปัดป้องมือของเขาที่เล้าโลมบริเวณยอดอก ชายหนุ่มจับตรึงเอาไว้ก่อนประกบจูบแน่น

"ไม่..." มยองซูสะบัดหน้าก่อนร้องเสียงเครือ

"จะทำให้รู้สึกดี ไม่ดีหรือไง?" ครั้งนี้เขาลองโพล่งถามออกไปตรงๆ

"ไม่ต้อง...ไม่เอา..."

"คิดว่าฉันให้เลือกหรือไง...?" บอกแบบนั้นแล้วก็บรรจงขยับในแบบที่จำได้ว่าจะกระตุ้นโดนจุดเร้าอารมณ์ของอีกคนได้อย่างพอดิบพอดี มยองซูเกร็งจนตัวสั่นเทิ้ม สองมือรีบออกแรงดันเขาออก แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ชายหนุ่มกระแทกกายเข้าใส่ต่อเนื่องอย่างไม่ปรานี

"ทำไม..." ใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่เอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำมองเขาอย่างตัดพ้อ ผิวขาวเปรอะเปื้อน ซองยอลไม่ตอบแต่เลือกที่จะเคลื่อนไหวต่อตามแรงปรารถนาที่ยังคั่งค้าง

เพราะเขาไม่ได้อยากหาความสุขแค่เพียงฝ่ายเดียว...คือสิ่งที่ไม่ได้พูดออกไป...วินาทีที่คำตอบนั้นผุดขึ้นมา บางสิ่งบางอย่างก็เริ่มชัดเจน

มือที่เคยจิกบ่าของเขาด้วยความเสียวซ่านค่อยๆ คลายออกหลังทำหน้าที่รองรับความปรารถนาจนเสร็จสิ้น มยองซูหอบจนตัวโยน หันหน้าหลบซ่อนสีหน้าในเงามืด รอให้เขาถอนกายออกอย่างเงียบเชียบ ซองยอลยอมให้อิสระไปโดยง่าย เขาเอนกายพิงหัวเตียง มองดูอีกฝ่ายที่ตามหาเสื้อผ้ากลับมาสวมก่อนโซเซเข้าห้องน้ำไป

เขาไม่ได้อยากหาความสุขแต่เพียงอย่างเดียว...เพราะมยองซูไม่ใช่สิ่งของ...ขณะที่ฝ่ายนั้นกลับทำสวนทางเหมือนประชด ไม่มีปากเสียง ไม่มีความเห็น พยายามปกปิดความรู้สึก และยอมนอนกับเขา คอยสนองอารมณ์เหมือนเป็นหน้าที่

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ซองยอลต้องการ...ถึงเวลาที่ต้องยอมรับว่าเขาอยากได้มยองซู...มยองซูคนเดิมที่เขาเคยจำได้ มยองซูที่มักจะหัวเราะอย่างสดใส ยิ้มแย้มอย่างไร้เดียงสา อยากจะเห็นแววตาที่สะท้อนเงาของเขาชัดเจนพอๆ กับความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ไม่ไหวนั้นอีกครั้ง

แต่จะให้บอกกับมยองซูที่เย็นชา ดื้อดึง และมีทิฐิคนนี้ได้อย่างไร แม้แต่จะสบตามองหน้ากันก็แทบไม่เคย พูดคุยได้ไม่กี่คำก็ชวนให้โมโหจนบางครั้งซองยอลก็พลั้งมือทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำ

ลึกๆ แล้วเขากลัวไม่น้อยว่าอีกฝ่ายอาจจะเปลี่ยนไปจนไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว

ชายหนุ่มถอนหายใจลึกพลางทอดสายตามองตรงไปอย่างไร้จุดหมาย ทว่าบางสิ่งบางอย่างก็สะดุดตาเข้า...กระเป๋าสัมภาระของมยองซูวางหลบอยู่ข้างๆ ตู้หนังสือ สภาพเหมือนยังอัดแน่นไปด้วยข้าวของ ทันใดนั้นความหวาดระแวงไม่เข้าท่าก็เข้าจู่โจมความคิดของซองยอล

ร่างสูงลุกจากเตียง สวมกางเกงแล้วเดินไปยกกระเป๋าต้นเหตุขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือ รู้ว่าไม่ถูกต้องและรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่าย แต่เขาก็อดไม่ได้...มือใหญ่เปิดมันออกแล้วรื้อของข้างในออกมาทันที ใจของเขานึกกลัวว่าสิ่งนี้อาจเป็นของที่อีกคนเตรียมเอาไว้เผื่อสบจังหวะหลบหนี ยิ่งพบว่าสิ่งที่ดึงออกมาเป็นเสื้อผ้าก็ยิ่งเชื่ออย่างนั้น ซองยอลโยนของทุกอย่างที่กระชากติดมือมาได้ทิ้งลงบนพื้น

"ทำอะไรน่ะ?!" เจ้าของที่ออกมาจากห้องน้ำพอดีถามหน้าตาตื่น มยองซูยืนตัวแข็ง ได้แต่กวาดสายตามองของที่กระจัดกระจายตรงหน้าอย่างตกใจ

"เห็นว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมรื้อกระเป๋าสักทีก็เลยอยากจะช่วย" โทสะทำให้เขาตอบกลับไปอย่างนั้น

"เกินไปแล้วนะ! นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!" ร่างเพรียวตวาดสู้เสียงสั่น

"ทำไมจะไม่มี? ถ้าฉันยังไม่มี แล้วใครหน้าไหนมันจะมี?"

ได้ยินอย่างนั้นมยองซูก็ถึงกับชะงัก ดวงตาสีเข้มฉายแววเจ็บปวด จ้องเขาได้เพียงอึดใจเดียวก็ก้มหน้าหลบ ไม่โต้เถียงอะไรให้ขัดหูอีก

"เสื้อผ้าเก่าๆ พวกนี้ไม่ต้องใช้หรอก กระเป๋านี่ก็ด้วย ฉันจะเอาไปเผาทิ้งซะ"

"อย่านะ!" ทั้งที่ทำท่าเหมือนยอมแพ้เขาอย่างทุกทีแล้ว แต่ครั้งนี้ร่างเพรียวกลับรีบเข้ามารั้งไว้ "นายทำแบบนี้ทำไม ของพวกนี้อาจจะไม่มีค่าอะไร แต่ฉันก็มีสมบัติติดตัวอยู่แค่นี้"

เมื่อเขายอมหยุดแล้วหันไปมองด้วยสายตาเฉยชา อีกคนก็ยิ่งร้อนรน

"ขอร้องล่ะ ฉันขอแค่นี้...คืนฉันมาเถอะ" เป็นครั้งแรกที่มยองซูอ้อนวอน...แล้วจะไม่ให้เขาสงสัยได้อย่างไร

"ในนี้มีอะไร?" ชายหนุ่มย้อนถามเสียงเย็น

"อ..อะไร..." คนตัวเล็กกว่าหน้าเริ่มถอดสี "ก็เสื้อผ้า...หนังสือ..."

"โกหก"

เสื้อผ้าหรือหนังสืออาจจะมีอยู่ในนี้จริง แต่ 'อะไร' ที่เขาถามถึงนั้นไม่ใช่แน่...มีบางอย่างอยู่ในนี้ บางอย่างที่สำคัญกับมยองซู และอีกฝ่ายก็พยายามปิดบังเขา...'ความลับ' นั้นทำให้ซองยอลโมโห เพราะรู้ว่าถามไปคนปากแข็งก็คงไม่ยอมพูดความจริง เขาจึงคว่ำทั้งกระเป๋าเทของออกมาหมดทันที

มยองซูมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยร่างกายที่เย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า กลัวที่ซองยอลจับได้ไล่ทันจนตัวชา เขาเห็นของที่ทำให้ตัวเองส่อพิรุธออกไปตกอยู่บนพื้น วูบแรกอยากจะรีบถลันเข้าไปเก็บมาไว้กับตัวแต่ยังไม่กล้า หากพอคิดว่าแค่มองลงไปปราดเดียว ซองยอลก็คงรู้ได้ทันทีเพราะมีเพียงสิ่งนั้นที่แปลกแยกและค่อนข้างสะดุดตา เขาก็ตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปชิงคว้ามันเอาไว้ก่อน ไม่ได้คิดแม้แต่ว่าจะทำอย่างไรต่อ

"เอามานี่" ร่างสูงเข้ามาแย่งทันที ขณะที่มยองซูทำได้เพียงคู้ตัวกุมสิ่งสำคัญนั้นเอาไว้กับอก "มยองซู ฉันสั่งให้ส่งมา!"

ความลับที่อีกฝ่ายเพียรพยายามปิดบังอย่างสุดชีวิตทำให้ความคิดของซองยอลสับสนฟุ้งซ่าน มยองซูไม่ควรจะมีความลับกับเขา หรือจะพูดให้ถูก...คือสถานะของมยองซูตอนนี้ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีเรื่องปิดบังเสียด้วยซ้ำ ทั้งฐานะ ครอบครัว หรือสังคม อีกฝ่ายไม่เหลือสักอย่างเดียว ถ้าจะมีก็คงเหลือเพียง 'หัวใจ' เท่านั้น

เพียงแค่คิดก็รู้ตัว ว่าเขายอมไม่ได้...ยอมไม่ได้ที่จะให้ร่างเพรียวเก็บซ่อนใครอื่นเอาไว้ในใจ แล้วก็ยิ่งกลัวถ้าเป็นจริงอย่างนั้นและวันหนึ่งใครที่ว่ามาพรากมยองซูไปจากเขาอีก

"เอามาเดี๋ยวนี้!" ซองยอลกระชากตัวอีกฝ่ายเต็มที่ คว้าแขนดึงรั้งออกมาสุดแรง มยองซูกำของเอาไว้ในมือทั้งสองข้างแน่นจนกลายเป็นถูกลากแทบลงนอนกับพื้น

"อย่า...ซองยอล อย่า...ขอร้อง..."

ร่างสูงไม่ฟังเสียง ชายหนุ่มแกะมือของอีกคนออกและชิงสิ่งที่ต้องการมาได้สำเร็จ ถุงกำมะหยี่สีแดงเข้มใบเล็กอยู่ในมือของเขา ของข้างในที่สัมผัสผ่านฝ่ามือกำรอบพอให้เดาได้ว่าเป็นเครื่องประดับ ยิ่งชวนให้คิดว่าเป็นของแทนใจอย่างแน่แท้

มยองซูที่คลุกคลานอยู่บนพื้นรู้ตัวว่าไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ได้อีกแล้วจึงทำได้เพียงเงยหน้ามองด้วยใบหน้าเหมือนจวนเจียนจะร้องไห้

เรื่องราวที่คาดเดาเอาเองทำให้อารมณ์ของซองยอลเย็นชาจนถึงขีดสุด เขาเทของในถุงผ้าลงบนมืออีกข้าง นึกอยู่ด้วยซ้ำว่าจะทำลายของที่กำลังจะได้เห็นนี้อย่างไรให้สิ้นซาก แต่เมื่อมันปรากฏแก่สายตา ความคิดทั้งหมดก็หยุดชะงักลง

สร้อยเงินคล้องแหวนทองคำขาวเกลี้ยงที่แสนคุ้นตา...ปลายนิ้วค่อยๆ กดวงโลหะให้ขยับพลิกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจ...ไม่มีข้อความใดๆ ตราเอาไว้ นั่นก็เพื่อไม่ให้สืบได้ว่าเป็นของที่ใครมอบให้ใคร มีเพียงอักษรตัวเดียวประทับอยู่

มีแค่ L...ที่เขาสั่งให้สลัก และบอกผู้รับ ว่ามาจากคำว่ารัก

"มยองซู..." หัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักๆ ในอก เจ็บจนแทบพูดอะไรไม่ออก เมื่อได้เห็นสิ่งนี้แล้ว ความหวังก็ค่อยๆ คืนกลับมา

"ก..ก็เพราะของมันราคาถูก ก่อนหน้านี้ก็เลยยังไม่ได้ขายออกไป" ร่างเพรียวแก้ตัว

ถ้าหากก่อนหน้าไม่ได้ต่อสู้แย่งชิงกันแทบเป็นแทบตาย ซองยอลอาจจะหลงเชื่อไปแล้วก็ได้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นอีกเรื่องไปเสียแล้ว "พูดความจริงกับฉันสักครั้งได้ไหม...ขอร้องล่ะ..." เขามองตาอีกฝ่ายนิ่ง ความรู้สึกคงส่งไปถึง น้ำตาของมยองซูจึงค่อยๆ ไหลรินลงมา

ซองยอลนั่งลง ค่อยๆ ประคองคนตรงหน้าให้ลุกขึ้นจากพื้นก่อนคว้ามือเรียวข้างหนึ่งมาหงายไว้แล้วหย่อนสายสร้อยคืนให้ มยองซูกำมันเอาไว้แน่นแล้วก็ก้มหน้าก้มตา เอาแต่ร้องไห้

"มีแค่สิ่งนี้...ที่ฉันทำใจขายออกไปไม่ได้..." ร่างเพรียวสะอึกสะอื้น "ฉัน...ฉันก็แค่เสียดาย...ความทรงจำดีๆ"

"แค่นั้นจริงๆ น่ะเหรอ..." เขาถามย้ำ อีกคนไม่ตอบ ซองยอลคว้าไหล่ที่สั่นระริกนั้นเอาไว้เตรียมจะทวนอีก "มยองซู..."

"พอเถอะ..." ใบหน้าที่หันหลบเขาอยู่นั้นเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา "ตอนนี้...แค่ศักดิ์ศรีในฐานะคนธรรมดา ฉันก็ยังแทบไม่มีเหลือ...นายรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากขนาดไหน...เอาคนอย่างฉันมาอยู่ด้วย ใครรู้เข้าก็มีแต่จะตกเป็นขี้ปาก ทำให้ครอบครัวต้องอับอายเสื่อมเสีย ยิ่งถ้ารู้ว่านายทำอะไรกับฉัน..." ความปวดร้าวในอกทำให้คำพูดของมยองซูหยุดลงเพียงเท่านั้น

สิ่งที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มกระจ่าง...ถ้าหากว่าเขาไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปแล้วล่ะก็...มยองซูคนที่เขาเคยรู้จัก คนที่รักและคิดถึงแต่เขาไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่หลบซ่อนหลังกำแพงน้ำแข็ง กลัวว่าเขาจะค้นพบ กลัวว่าจะเป็นสาเหตุให้เขาต้องตกต่ำ ที่ทำเย็นชา กวนโมโห และทำร้ายความรู้สึกของเขาทุกครั้งก็คงหวังให้ทนกันไม่ได้และขับไล่ออกไปเสียที

"แล้วนายคิดว่าฉันจะทำยังไง...ขายต่อให้คนอื่น หรือส่งกลับไปที่เดิมอย่างนั้นเหรอ? อยากให้เป็นอย่างนั้นหรือไง"

ร่างเพรียวไม่ตอบ เพียงแค่เม้มริมฝีปากและเงียบไว้เท่านั้น

"ต่อให้นายคิดว่าทนได้ถ้าจะต้องนอนกับใครอีกหลายคน ขอแค่ไม่ให้ฉันข้องเกี่ยวด้วยแล้วล่ะก็..." เขากัดฟันก่อนตัดสินใจพูดออกไป "แต่ฉันทนไม่ได้...ไม่มีทางทนได้ไม่ว่าจะกรณีไหนทั้งนั้น"

ร่างสูงย้ำแล้วยึดไหล่ทั้งสองข้างของอีกคน จับให้หันมาเผชิญหน้ากัน

"ครั้งนั้น ฉันอาจจะเป็นแค่ลูกพ่อค้าฐานะปานกลาง ไม่มีเงินทอง ไม่มีอำนาจ แต่ตอนนี้ฉันมีทั้งหมดนั้นแล้ว เพราะอย่างนั้น...ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมตามใจนายอีกแล้ว...จะไม่ปล่อยไปอีกเด็ดขาด"

สายตาแน่วแน่และแข็งกร้าวทำให้มยองซูอึดอัดหวาดกลัวจนต้องขืนตัวหนี ครั้นจะดิ้นก็โดนเพิ่มแรงที่จับตัวตาม

"นายก็แค่หลงฉันอยู่เท่านั้น" คนตัวเล็กกว่าแค่นเสียงเตือนสติ

"นายก็รู้นี่" คนตัวสูงออกแรงดึงตัวให้เข้าไปหามากขึ้นอีก "ฉันหลงนาย...มยองซู ฉันยังรักนายอยู่..."

"ปล่อยนะ...ฉันเจ็บ..." เมื่อโดนฉุดลากเข้าไปจนแทบจะเกยตัก มยองซูก็ร้องออกมา ความกลัวและความเจ็บปวดทำให้ร่างเพรียวทดท้อจนยอมอ่อนแรงปล่อยให้อีกคนดึงเข้าไปกอดได้สำเร็จ

อ้อมแขนของซองยอลแข็งแรงและมั่นคงกว่าที่เคยจำได้ ทั้งยังอบอุ่นมากเสียจนไม่สามารถห้ามน้ำตาที่ก่อตัวจนรินไหลออกมา ไม่รู้ว่าที่รู้สึกอย่างนี้เป็นเพราะตัวเขาเองที่อ่อนแอลงมากหรือเปล่า

"ทำไม...ทำไมนายถึงไม่เข้าใจ..." สองมือกำแน่นกับแผ่นหลังกว้าง ใบหน้ากดซบอยู่กับบ่าของร่างสูง หัวใจของมยองซูเต้นแรง เจ็บหน่วงเมื่อความหวาดหวั่นกับความดีใจปะทะกันจนสับสน

"เข้าใจสิ" ซองยอลกระซิบข้างหูก่อนกดจูบเบาๆ ลงบนขมับ ฝ่ามือค่ยๆ เปลี่ยนมาประคองร่างเพรียวอย่างทะนุถนอม

 

"ฉันเข้าใจแล้วว่านายรักฉันยิ่งกว่าใคร..."

 

TBC... 

 

Comment

Comment:

Tweet

"มีแค่สิ่งนี้...ที่ฉันทำใจขายออกไปไม่ได้..."
งืออออออ T__________T
"ฉันเข้าใจแล้วว่านายรักฉันยิ่งกว่าใคร..."
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฟินนนน
พาสนี้ทุกอย่างเหมือนจะเริ่มคลี่คลายแล้ววว
ดีกันเร็วๆเถอะนะ พลีสสสสสสส

#3 By MYB_KIM (103.7.57.18|124.120.129.65) on 2013-05-20 13:57

โฮฮฮ ตอนแย่งของนี่มันบีบหัวใจมากเลยค่าาา *คือ ก็ยังไม่รู้ว่าเปนของอะไรแต่ว่ามันลุ้นไปกับน้องแอลนะ55
แต่ตอนพี่ยอลเจอแหวนนี่เค้าเกือบร้องไห้แหน่ะ โอ่ยยย ดีใจบนคราบน้ำตาเบยยย เข้าใจกันซักทีสินะ ㅠㅠ *เช็ดน้ำตาป้อยๆ

#2 By PPS86 (103.7.57.18|171.97.149.20) on 2013-05-20 10:20

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ. ตำไมชีวิตมยองถึงเป็นอย่างเน้ TTTTTTT
พี่ยอลรักน้องมากนะ แต่น้องกะ็หวังดีน่ะ
สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องเข้าใจกันให้ได้นะ.
*ร้องไห้อีกหลายๆรออบ

#1 By junism on 2013-05-18 20:22

poupeegirl fashion brand community