รีเทิร์น exteen พร้อมสิ่งนี้...
 
Warning: Yaoi
 
 
 

Silent Called

wessnette

Start:

 

......บ..............

..........................ก..............

 

ดวงตาสีฟ้าอมเทาเปิดขึ้นท่ามกลางความมืด ร่างกายที่เอนพิงผนังปูนเย็นเฉียบยังหลงเหลือความเจ็บปวดจากภารกิจใหญ่ ดึงสติของเขาให้นึกถึงงานที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ยันตัวขึ้นนั่งให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น

หลังจากพ้นออกมาจากที่เกิดเหตุ เขาก็เข้ามาหลบพักอยู่ในอาคารร้าง จำได้ว่าก่อนปิดตาลง ท้องฟ้าด้านนอกยังไม่มืด เขาคงหลับไปนานพอสมควร ความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บคงเป็นตัวการสำคัญ

ความหายนะครั้งใหญ่ซึ่งเป็นภาพสุดท้ายที่ได้เห็นก่อนจากมา ทำให้เขาตระหนักดีว่าต่อจากนี้ นาม 'วินเทอร์ โซลเจอร์' คงไม่มีความหมายอีกต่อไป ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีที่ให้กลับ ไม่มีแม้แต่ภารกิจที่ต้องทำ ต่อจากนี้ตัวเขาจะเป็นอย่างไรหรือจะทำอะไร มีเรื่องมากมายให้ต้องขบคิด

ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่าความยุ่งยากทั้งหมดจะไม่สามารถเอาชนะ 'เสียง' ที่คอยรบกวนเขามาตลอดได้เลย

เสียงแปลกประหลาด...เสียงเรียกที่เขารู้สึกถึงมันได้ แต่กลับไม่ได้ยิน...ใครบางคนที่เรียกเขา แต่พยายามฟังเท่าใดก็จับความไม่ได้ เหมือนวงกระเพื่อมบนผิวน้ำที่จางหายไปเสียก่อนที่จะมาถึง

เขามีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจ...กับสภาพที่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้แม้แต่อย่างเดียวอย่างนี้ เสียงนั้นคงจะร้องเรียกชื่อที่เขาเคยคุ้นดี ที่น่าขำก็คือ...หากเสียงนั้นมาจากความทรงจำที่ตกค้าง เขาคงได้ยินอย่างชัดเจนและสงสัยใคร่รู้ว่ามันคือชื่อของเขาหรือไม่

ทว่า...สิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น...เขารู้สึกได้ถึงความโหยหาที่ค่อยๆ ทับถมสูงขึ้นทุกขณะ ราวกับว่าเสียงที่รบกวนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้คือความปรารถนาของเขาเอง...ปรารถนาที่จะได้ยินเสียงนั้นซ้ำๆ แต่เมื่อไม่เหลือความทรงจำ มันจึงได้เลือนรางจนกลายเป็นเพียงเสียงแว่วไม่ได้ศัพท์ไป

 

'นายรู้จักฉัน'

 

ทั้งที่กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายใจ...แต่ดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งที่จ้องมองเขาอย่างแน่วแน่และมั่นคงกลับแทรกเข้ามาในห้วงความคิด

เขายอมรับว่าแม้จะรู้ว่าไม่สำคัญกับการทำภารกิจ แต่ลึกลงไป เขายังคงสงสัยว่าตัวเองเป็นใคร เคยทำอะไรมาก่อน หรือว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรก คำถามมีแต่จะทวีมากขึ้นตามความอยากรู้ เขาจึงระงับด้วยการเตือนตัวเองว่าข้อมูลเหล่านั้น ถึงได้มาก็ไม่มีประโยชน์กับฐานะวินเทอร์โซลเจอร์เลยแม้แต่นิดเดียว

ถึงอย่างนั้น เป้าหมายสุดท้ายของเขา กลับมองมาด้วยแววตาที่ยากจะลืม พร้อมกับร้องตะโกนสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ฟังจากใคร

 

'ชื่อของนาย คือ เจมส์ บูแคนัน บาร์นส์'

 

เจมส์ บูแคนัน บาร์นส์...?

 

'บัคกี้!'

 

บัคกี้...?

 

ไม่ว่าชื่อไหนก็ไม่คุ้นหู เขาไม่รู้สึกแม้แต่น้อยว่าเคยได้ยินมันมาก่อน แต่นัยน์ตาสีฟ้าของชายที่ย้อนกลับมาช่วยเขาทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บสาหัส ทำให้ชื่อที่คิดว่าไม่เคยได้ยินนั้นติดตรึงสะท้อนก้องไปมาไม่ยอมหยุด

บัคกี้...เป็นชื่อของเขาจริงๆ หรือ...ทั้งที่ไม่ได้เอ่ยออกไป หากดวงตาคู่นั้นกระจ่างใสชัดเจน ไร้ความหวั่นไหว ตอบคำถามในใจของเขาได้ดียิ่งกว่าคำพูดใดๆ...ว่าไม่ได้โกหก

แต่เขาไม่รู้จักอีกฝ่าย...หรืออย่างน้อย ตอนนี้เขาก็ไม่รู้จัก...ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็นึกไม่ออก มีเพียงวินาทีที่สบตาและได้ยินเสียงเรียกนี้เท่านั้น ที่ทำให้กว่าเจ็ดสิบปีที่ผ่านมาเป็นเหมือนฝันที่เลือนราง และในที่สุด เขาก็ได้ตื่นขึ้นมา

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากพื้นสกปรก เพราะไม่มีเป้าหมาย เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจากอะไร...ในเมื่อยังไม่สามารถมองเห็นปลายทางของตัวเองได้ เขาก็ควรคิดอะไรให้สั้นกว่านั้น...

อดีตมือสังหารเช่นเขามีประสบการณ์และทักษะต่างๆ มากมาย เพียงพ้นจากที่พักพิงชั่วคราวได้ไม่นานก็สามารถหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาสวมอำพรางให้เข้ากับฝูงชน สืบหาจุดหมายที่ต้องการและมองเห็นช่องทางที่จะลอบเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

สถานที่ที่เขาอยากไป วินาทีนี้มีเพียงแห่งเดียว...

ในห้องเล็กๆ ที่มืดสลัว นอกจากแสงไฟจากทางเดินด้านนอกที่ลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อยแล้ว ก็มีเพียงแสงอันอ่อนแรงจากจอมอนิเตอร์ที่อยู่ข้างเตียงเท่านั้น เส้นสีต่างๆ ที่วิ่งอย่างสม่ำเสมอบอกให้รู้ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงปลอดภัยดี จากข้อมูลเป้าหมายที่ได้มาก่อนปฏิบัติการ ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ปกติมาก แม้ตอนที่ร่วงลงจมน้ำจะถึงกับหยุดหายใจไปแล้ว แต่แค่ผายปอดให้ ก็คงไม่จำเป็นต้องกังวลเลยเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งกว่านั้น คงไม่มีใครปล่อยให้กัปตันอเมริกาตายง่ายๆ...

เขาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น หยุดยืนอยู่ข้างเตียงอย่างเงียบเชียบ ทุกอย่างสงบนิ่งราวกับเวลาหยุดลง มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าทุกวินาทียังคงดำเนินต่อไป

เขานึกถึงตอนที่ตัวเองเตะต่อย และยิงอีกฝ่ายได้อย่างเลือดเย็น นึกถึงตอนที่ตัวเองโดนโครงเหล็กของเฮลิแคริเออร์ถล่มลงมาทับจนขยับไปไหนไม่ได้ เขาคงจะตายไปทั้งอย่างนั้น...ถ้าคนตรงหน้านี้ไม่ลงมาช่วย...

เอาแต่มองเขาด้วยแววตาอย่างนั้น เอาแต่เรียกซ้ำๆ ด้วยชื่อที่เขาไม่รู้จัก บอกว่าจะไม่ทำร้าย จนถึงขนาดโยนโล่ที่แสนสำคัญทิ้งลงไปอย่างไม่เสียดาย...ทำให้เขาสับสนจนทำอะไรไม่ได้ นอกจากตอกย้ำกับตัวเองว่านี่คือภารกิจของเขา...ภารกิจ ที่ต้องสังหารชายผู้นี้

ทว่า...นอกจากจะทำไม่สำเร็จแล้ว ยังเป็นเขาเสียเอง ที่ดึงอีกฝ่ายออกมาจากเงื้อมมือมัจจุราช ฉุดให้พ้นจากความตายและคืนลมหายใจให้อย่างไม่ลังเล

นายเป็นใคร...และฉันเป็นใคร...ทั้งที่เคยคิดว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้กลับทรมานที่ไม่รู้

ถ้าหาก...เขาคือคนคนนั้น...คือบัคกี้ที่คนคนนี้ร้องเรียกออกมา วินาทีนี้...มันควรจะเป็นแบบไหน?

มือหยาบกร้านเอื้อมออกไปอย่างระมัดระวัง แม้จะลังเลอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็แตะใบหน้าคมสันนั้นด้วยปลายนิ้วจากมือข้างขวา ไล่ลงอย่างแผ่วเบาจนถึงบาดแผลข้างริมฝีปาก

"...สตีฟ......"

แล้วจู่ๆ สิ่งที่ทั้งไม่คาดฝันและไม่เข้าใจก็เกิดขึ้น...

หยดน้ำอุ่นๆ ที่เขาไม่เคยได้สัมผัส และไม่คิดว่าตัวเองมี...ไหลผ่านแก้มลงไปอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มประหลาดใจจนเตรียมจะชักมือกลับเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง แต่ไม่อาจทำได้...

"...บัคกี้?"

มือใหญ่ของคนที่ควรจะหลับใหลไม่ได้สติคว้าข้อมือของเขาเอาไว้แน่น ยิ่งออกแรงดึง อีกฝ่ายยิ่งยื้อด้วยแรงที่มากกว่า เขานึกเสียดายที่ไม่ใช่มือข้างซ้าย ไม่อย่างนั้นคงกระชากคืนมาได้อย่างไม่ลำบาก

"ปล่อย" ฝ่ายถูกจับตัวออกคำสั่งเสียงต่ำ จะให้ออกแรงลงไม้ลงมือมากกว่านี้ก็คงไม่เกิดผลดีกับสถานะของเขาในตอนนี้สักเท่าไรนัก

"จำได้แล้วเหรอ...นึกออกแล้วใช่ไหม?" คำถามที่เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าทำให้เขารู้สึกสับสนอย่างยากจะอธิบาย แม้ในความมืดสลัว ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงทำให้เขาอึดอัดจนต้องหลบตาได้

"ดูเหมือนจะยัง...สินะ..." หลังจากเห็นท่าทีของเขาแล้ว คนถามก็ให้คำตอบตัวเองด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

"ปล่อย" เขาย้ำพลางออกแรงให้รู้ตัวพอประมาณ แต่แทนที่จะทำตามที่สั่ง อีกฝ่ายกลับกระชากเต็มแรงอย่างไม่ให้ตั้งตัว เขาเสียหลักถลาลงกระแทกทับไปบนแผ่นอกหนาของอดีตศัตรูเต็มรัก

"ทำอะไรวะ..." ฝ่ายเสียเปรียบพยายามดันตัวออกทันที หากฝ่ายตรงข้ามแทบไม่เว้นจังหวะให้ตั้งหลักต่อต้านได้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ดึงรั้งตัวเขาเข้าไปหาพร้อมกับพยายามยันตัวขึ้นนั่ง

อดีตมือสังหารถึงกับเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากของตนถูกแนบประทับ ปิดด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย สัมผัสโดนเพียงวูบเดียวเขาก็รีบดิ้นรนออกด้วยความตกใจ ถึงอย่างนั้น...ดูเหมือนว่า 'สตีฟ โรเจอร์' จะไม่ยอมง่ายๆ จึงกระชากให้เขากลับเข้าไปอีก

เขาไม่รู้ว่าควรจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่าอะไร...จูบอย่างนั้นหรือ? ถ้าจะให้เรียกอย่างนั้น เขาคนนี้...ไม่สิ...บัคกี้ กับ กัปตันอเมริกา...คืออะไรกันแน่?

"ฉันคิดว่านายตายไปแล้ว..." เสียงหม่นเศร้ากระซิบข้างหู "แต่นายยังอยู่...แค่นายยังมีชีวิตอยู่...แค่นี้...ก็น่าจะพอแล้วใช่ไหม...ฉันไม่ควรโลภมากไปกว่านี้แล้ว...ใช่หรือเปล่า?"

เขานิ่งอึ้ง...ปล่อยให้เจ้าของคำพูดเหล่านั้นดึงให้เข้าไปแนบชิดขึ้นอีก วงแขนกว้างโอบรัดจนแน่น ร่างใหญ่โตของคนบนเตียงที่ห่อหุ้มเขาเอาไว้อุ่นจนร้อนไปด้วยพิษไข้

ทั้งที่สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่สุด แต่ดวงตาทั้งคู่กลับร้อนผ่าวและพร่าเบลอราวกับเข้าใจดีทุกอย่าง

"ฉันคิดถึงนายนะบัค..."

 

ฉันจะอยู่เคียงข้างนายไปจนสุดทาง... 

 

ริมฝีปากนั้นเริ่มพรมจูบจากโหนกแก้ม ไล่เข้ามาจนจบที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง สัมผัสที่เพิ่มการรุกเร้าทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ ความตื่นตกใจที่ทำให้หยุดต่อต้านไปก่อนหน้าส่งผลให้คนที่จับตัวเขาไว้คลายแรงลงเช่นกัน เขาฉวยโอกาสนั้นดึงมือออกมาก่อนจงใจกดลงบนบาดแผลที่หน้าท้อง

"โอ๊ย!" อีกคนร้องเสียงหลง ผละออกให้เขาหนีออกมาโดยง่าย

"บัคกี้..." แม้มือที่เคยจับเขาเอาไว้จะกุมปิดปากแผลด้วยท่าทางเจ็บปวด แต่นัยน์ตาสีฟ้าก็ยังไล่ตามมาอย่างรวดเร็วพร้อมจ้องมองอย่างเว้าวอน เส้นชีพจรบนจอมอนิเตอร์ด้านข้างวิ่งถี่ระรัว บอกให้รู้ว่าไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว...ที่หัวใจเต้นเหมือนจะหลุดออกมานอกอกอย่างนี้

สุดท้าย เขาก็รีบหนีออกมาโดยไม่โต้ตอบอะไรกลับไปเลย

ทั้งที่คิดว่าถ้าลองทำตามสัญชาตญาณแล้วคงจะได้คำตอบหรือมีอะไรดีขึ้นบ้าง แต่กลับตรงกันข้าม เขายิ่งสงสัยและรู้สึกค้างคาใจ ถึงขนาดนี้แล้วก็ยังนึกอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเลยเถิดไปไกลจนคาดไม่ถึง

แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คงเป็นตัวเขา...ที่ไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิดเดียว

บัคกี้...คราวนี้ชื่อนั้นยิ่งก้องวนในสมองหนักกว่าเดิมหลายเท่าจนเขากลัวความรู้สึกของตัวเอง...

อยากให้เสียงเรียกที่เขาไม่อาจได้ยินได้นั้น เป็นชื่อนี้...อยากให้เสียงที่เรียกเป็นเสียงนี้...ชีวิตแห่งความโดดเดี่ยวกว่าครึ่งศตวรรษที่ไม่เคยรู้สึกหรือแยแส กลับกลายเป็นความเปลี่ยวเหงาอ้างว้างที่จุดความกลัวขึ้นในจิตใจ

น่าหัวเราะเหลือเกินที่เครื่องจักรสังหารอย่างเขาอ่อนแอลงถึงขนาดนี้

ถ้าเพียงแต่เขานึกออก...ถ้าเพียงแต่เขาเป็นบัคกี้ที่สามารถจดจำทุกเรื่องราวและเข้าใจสิ่งที่ชายคนนั้นพูดออกมาได้ทุกอย่างจริงๆ ก็คงจะดี

หากความเป็นจริง มันโหดร้ายกว่านั้น...ตัวเขาได้ตระหนัก ในวินาทีที่ได้เห็นทั้งภาพและประวัติของบัคกี้...ได้เห็นตัวตนของเจมส์ บูแคนัน บาร์นส์...ในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน

เขาไม่รู้สึกว่ามองเห็นตัวเองเลยแม้แต่น้อย...แต่เหมือนเห็นคนหน้าเหมือนกัน ที่กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ข้างเพื่อนรักตลอดชีวิตของตัวเอง...ข้างๆ สตีฟ โรเจอร์...ที่เขารู้จักเพียงในฐานะกัปตันอเมริกา

นี่คงเป็นสิ่งที่ชายคนนั้นปรารถนา แต่สมองที่ว่างเปล่าของเขาคงไม่อาจมอบคืนให้ได้ ในอกปั่นป่วนจนรู้สึกหมดแรง เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ชัดเจน

 

ถ้าเพียงแต่เขาเป็นบัคกี้... 

เพียงแค่นั้น...ก็พอ... 

 

 

 

END.

 

Comment

Comment:

Tweet

แฮ่กกกกกกกกกกกกกกกก
O<-< ได้อ่านฟิค สตีฟบัค แล้วฟิน...
ตอนดูในโรงนี่สติกระเจิงจนไม่สามารถรวบรวมกลับมาได้...
#มีผายปอดด้วยยยย

#1 By J@an~♪♫ on 2014-04-17 00:35

poupeegirl fashion brand community