[Maleficent's Fanfiction] Thorn Daisy :: 1 ::

posted on 17 Jun 2014 17:11 by zakuro in Fiction
Thorn Daisy

 

wessnette

 

Start:

 

 

 

ในกาลหนึ่ง...ดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆ ที่มีเกสรสีเหลืองเป็นศูนย์กลาง ได้ชื่อว่า เดซี่

 

ท่ามกลางกิ่งใบสีเขียวชอุ่มและพืชพันธุ์อื่นมากมาย เดซี่นั้นแข็งแกร่ง เติบโตอย่างแข็งแรงและปกป้องผืนดินได้ไม่น้อยหน้าผู้ใด สีเหลืองแห่งความสดใสรื่นเริงที่ล้อมรอบด้วยสีขาวสะอาดตา ทำให้ดอกไม้ดอกน้อยที่แรกเห็นว่าแสนธรรมดา กลายเป็นดั่งดวงดารา ประดับประดาแผ่นดิน เช่นที่แต่งแต้มผืนฟ้ามิให้หงอยเหงาว่างเปล่า

 

ด้วยความงามที่เรียบง่ายทว่าตรึงใจ เดซี่จึงกลายเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา

 

เหมือนดั่งเช่นเด็กสาวที่นางเฝ้าติดตามและดูแลมานานนับยี่สิบปี เจ้าหญิงน้อยผู้เติบโตมาในป่าลึก ผู้ครอบครองหัวใจอันงดงามสูงค่า ปราศจากราคี ผู้ไม่รู้จักความทุกข์ ไม่รู้จักความเศร้า ห่างไกลจากมนุษย์จิตใจต่ำทราม

 

ดอกเดซี่ที่น่ารักและเปล่งประกาย ใสซื่อและสวยสะพรั่งเหนือผู้ใด

 

เหมือนดั่งเช่นออโรร่าของนาง...

 

 

 

หลังโบยบินออกจากอาณาจักรมัวร์เพียงไม่กี่อึดใจ ปีกคู่ใหญ่ก็สะบัดออกเพื่อต้านกระแสลมครั้งหนึ่งก่อนร่างอันสง่างามของนาง ฟ้าผู้ทรงอำนาจจะลอยลงอย่างเชื่องช้า กระทั่งแตะปลายเท้าลงบนแผ่นดินหน้าปราสาทอย่างมั่นคง

 

มาเลฟิเซนต์ยืนนิ่งแทนการประกาศนาม นัยน์ตาสีเขียวสดจับจ้องตรงเข้าไปด้านในก่อนเหลือบมองสบตากับนายทหารที่รีบเข้ามาต้อนรับอย่างนบนอบ ไม่นานเดียวัลทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ก็ตามมาถึง

 

"ข้าต้องการพบออโรร่า" นางเอ่ยเสียงเรียบ

 

การมาเยือนของนางเป็นไปอย่างกะทันหัน ซึ่งในสถานการณ์ปกติแล้วหากต้องการพบ 'ราชินี' โดย ไม่มีเหตุเร่งร้อน ก็จะต้องมีการแจ้งความประสงค์ขอเข้าเฝ้าล่วงหน้าตามพิธีการของสังคมมนุษย์ มาเลฟิเซนต์เคยไม่พอใจกับข้อกำหนดนี้ ด้วยบางสิ่งบางอย่าง แม้เป็นเพียงกฎที่ถือปฏิบัติกันมายาวนาน แต่นางรู้สึกราวกับเด็กสาวตัวน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ กำลังถูกดึงห่างออกไปจากอกมากขึ้นทุกที

 

เพียงแต่...มาเลฟิเซนต์หาใช่เด็กไม่รู้เดียงสาที่ดีแต่เอาแต่ใจตัวไม่ นางเข้าใจเป็นอย่างดีว่าบัลลังก์ที่ออโรร่าจำต้องครองนั้น ยังสั่นคลอนมากเพียงใด การที่นางยกให้ออโรร่ามีอำนาจเหนืออาณาจักรมัวร์สามารถช่วยได้เพียงส่วนหนึ่ง ออโรร่าจำต้องมีมากกว่านั้น อย่างน้อยก็ความรู้และศาสตร์ต่างๆ เกี่ยวกับบ้านเมือง

 

บัดนี้ผ่านมากว่าสองปีแล้วนับจากวันนั้น ออโรร่าอายุครบสิบแปดปีไปเมื่อไม่นาน งานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นแด่ราชินีผู้งดงาม เยาว์วัย และเป็นที่รัก ยิ่งใหญ่ตระการตาสมเกียรติสมศักดิ์ศรี มาเลฟิเซนต์ได้รับเชิญเช่นกัน นางตั้งใจจะให้พรแห่งสติปัญญาแก่ออโรร่าเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าและความ ราบรื่นในการศึกษาศาสตร์แห่งการปกครองแผ่นดินอีกแรงหนึ่ง

 

หากมีสิ่งเกินความคาดหมายที่ทำให้พรของนางต้องได้รับการปรับเปลี่ยน...เมื่อออโรร่าบอกแก่นางว่าตั้งใจจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายฟิลิปที่แสนดี

 

'ขอรักแท้จงมีแด่เจ้า ราชินีของเรา และจงคงอยู่ชั่วกาลนาน'

 

ออโรร่าแย้มยิ้ม สดใสและอ่อนหวาน ก่อนจะกอดนางและจุมพิตลงข้างแก้ม สองปีที่ผ่านมา เด็กน้อยที่นางเคยเฝ้าดูแลได้เติบโตขึ้นอีกมาก ออโรร่าซึ่งบัดนี้เป็นสาวสะคราญเต็มตัวโดดเด่นยิ่งกว่าผู้ใด ดวงตาสีฟ้าสดใสทอประกายดุจอัญมณี พวงผมสีทองอร่ามเรียงสลวยดุจเส้นไหม แม้มงกุฏที่วางลงจะประดับเพชรพลอยมากเพียงใด ก็มิอาจเอาชนะความงามของออโรร่าได้ และไม่เพียงรูปโฉมภายนอกเท่านั้น แต่เสียงเล่าลือเรื่องพระปรีชาสามารถของราชินีผู้ทรงพระเยาว์ยังกระจายไป ทั่วสองอาณาจักร คำชื่นชมจากบรรดาราชครูและเสนาบดีทั้งหลายต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

'ไม่มีของขวัญชิ้นใดจะสูงค่าไปกว่านี้อีกแล้ว ขอบคุณท่านมาก นางฟ้าแม่ทูนหัวของข้า'

 

นางดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น...เพราะออโรร่าช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน...สมบูรณ์แบบจนภาพของเด็กสาวผู้มีแววตาและรอยยิ้มใสซื่อในห้วงความทรงจำของนางเริ่มเลือนรางลงไปทุกที

 

สมบูรณ์แบบจนนางไม่รู้ว่าจะมอบสิ่งใดให้กับมนุษย์ผู้มีพร้อมในทุกสิ่งผู้นี้ได้อีก

 

คู่ครองที่เหมาะสมไม่เพียงนำความสุขมาให้ แต่จะช่วยให้บัลลังก์ของออโรร่ามั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และลูกอัปลักษณ์ของนางก็ดูเหมือนจะพิจารณาทางเลือกเป็นอย่างดีแล้วจึงตัดสิน ใจเช่นนี้ เจ้าชายฟิลิปมีพร้อมทั้งฐานะและความรัก ทั้งยังหลงใหลออโรร่าเป็นอย่างมาก ในช่วงสองปีมานี้ได้เดินทางเทียวไปเทียวมาระหว่างสองอาณาจักรอยู่เป็นเนืองนิตย์

 

ถึงแม้ครั้งหนึ่งจะเคยเสียศรัทธาในรักแท้ แต่ผู้ที่ได้สัมผัสมันอีกครั้งด้วยตนเองเช่นนาง จึงได้แต่หวังให้เด็กสาวที่เป็นดุจดั่งดวงใจได้ครอบครองไปจนตราบสิ้นดินฟ้า และมาเลฟิเซนต์ก็เห็นชัดเจนว่า เมื่อใดที่พรของนางสัมฤทธิ์ผล บางทีอาจจะหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีอภิเษกสมรส...นางจะไม่มีสิ่งใดให้เป็น ห่วง รวมทั้งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่เคียงข้างออโรร่าอีกต่อไป ในที่สุดนางก็ได้ชดใช้และส่งสาวน้อยผู้นั้นไปยังที่ที่เหมาะสม

 

ทั้งที่ควรจะโล่งอกและได้รับการปลดปล่อยจากความรู้สึกผิดบาปทั้งมวลที่นางเคยได้ก่อไว้ แต่มาเลฟิเซนต์กลับไม่สบายใจอย่างที่ควรจะเป็น

 

กระนั้นนางก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกค้างคาใจในยามนั้นจะเป็นสิ่งเดียวกับเรื่องที่ทำ ให้นางต้องมาเยือนปราสาทด้วยความเร่งร้อนอย่างนี้หรือไม่

 

"ราชินีจะเสด็จมาหลังการประชุมเสร็จสิ้น ทรงรับสั่งว่าให้ท่านรออยู่ที่นี่ก่อนเจ้าค่ะ" หลังจากพามายังห้องรับรองและจัดชุดชาพร้อมขนมนมเนยมาต้อนรับอย่างเต็มที่แล้ว นางกำนัลก็เข้ามารายงานอย่างนอบน้อม "หากประสงค์สิ่งใด ให้เรียกใช้พวกข้าได้ทันทีเลยนะเจ้าคะ"

 

มาเลฟิเซนต์ไม่ได้ตอบคำใด แต่ความเงียบนั้นมากพอที่จะบอกเป็นนัยว่าไม่ต้องการถูกรบกวน เมื่อนางกำนัลพากันกลับออกไปและปิดประตูให้อย่างรู้งานแล้ว นางจึงสะบัดปีกคู่ใหญ่เบาๆ ก่อนร่ายมนต์ซ่อนแล้วจึงค่อยทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมบุกำมะหยี่สีแดงเข้มหนา นุ่ม

 

นางนั่งนิ่ง จิตใจว้าวุ่นจ่อมจมอยู่กับเรื่องสำคัญที่ทำให้ต้องเดินทางมาถึงที่แห่งนี้จน ไม่มีแก่ใจสังเกตสิ่งอื่นรอบกาย ทาสรับใช้ตัวโปรดของนางจึงต้องส่งเสียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ มาเลฟิเซนต์มองอีกาผู้ติดตามนางอย่างซื่อสัตย์มานานหลายปีก่อนทอดถอนใจ

 

"จงกลายเป็นคน" สิ้นเสียง ร่างสีราตรีกาลจึงได้โอกาสเปลี่ยนรูป ปีกสองข้างกลายเป็นแขนคู่กำยำ ร่างกายขยายใหญ่ กลายเป็นชายหนุ่มในเครื่องแต่งกายสีดำคุ้นตา

 

"ท่านตั้งใจจะพูดกับนางว่าอย่างไร" แนวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ปลายจมูกแหลมย่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความยุ่งยากใจก่อนทำท่าล้อเลียน "เดียวัลมาสอดแนมเจ้าแล้วนำข่าวไปแจ้งข้า...อย่างนี้รึ?"

 

มาเลฟิเซนต์ปรายตามองข้ารับใช้อย่างหงุดหงิดระคนรำคาญ "ข้าจะพูดให้ดีกว่านั้นก็แล้วกัน"

 

"ข้าจะพูดให้ดีกว่านั้นก็แล้วกัน" เดียวัลล้อทั้งถ้อยคำและสำเนียงของนาง "ไม่อยากคิดเลยว่าออโรร่าจะมองข้าอย่างไร เสกให้ข้าเป็นฝุ่นทีเถอะ"

 

"นางรู้อยู่แล้วว่าเจ้าเป็นใครและช่วยข้าทำอะไร เจ้าคิดว่านางจะใส่ใจอะไรมาก" นางเว้นรอดูท่าทีอีกฝ่าย

 

"ท่านนี่อวดดี..."

 

เมื่อเห็นเดียวัลทำท่าจะบ่นแซะกระแนะกระแหนไม่เลิกจึงตัดปัญหาเสีย "จงกลายเป็นอีกา"

 

ข้ารับใช้ในร่างดั้งเดิมไม่ได้โวยวายหรือตีปีกก่อกวนอย่างที่เกรงว่าจะเกิดขึ้น ทว่าเดียวัลกลับเกาะขอบเก้าอี้อีกตัว จ้องมองนางนิ่งแล้วหันหน้าหนี แสดงท่าทีเอือมระอาออกมาได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ในร่างสัตว์ตัวกระจ้อย

 

ออโรร่านั้นเป็นมนุษย์ที่ได้รับพรแห่งความงามและความสุขจากนางฟ้าถึงสามองค์ ยิ่งกว่านั้น หนึ่งในนั้นยังเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดเช่นนาง บางครั้งมาเลฟิเซนต์ก็อดคิดไม่ได้ว่าที่นางรักใคร่ออโรร่าหนักหนาเพราะต้อง มนต์เสียเองหรือไม่ แต่ถึงแม้จะใช่หรือไม่ก็ตาม กระทั่งนางยังหลงรักแม่สาวน้อยคนซื่อได้ถึงเพียงนี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากเดียวัลที่ดูแลใกล้ชิดมาแต่เล็กแต่น้อยจะทั้งรักทั้งเชิด ชูจนแทบจะลืมนายหญิงที่แท้จริงไปเสียบ่อยครั้ง

 

มาเลฟิเซนต์ได้แต่ฆ่าเวลาด้วยการเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง สายลมอ่อนลอดผ่านหน้าต่างบานกว้าง ต้องแขนเสื้อและชายกระโปรงสีน้ำตาลอมเขียว ไหวพลิ้วแผ่วเบาไปพร้อมกับเรือนผมยาวสีเปลือกไม้ ท้องฟ้าที่มองจากภายในปราสาทไม่กว้างขวางเหมือนที่มองจากทุ่งมัวร์ แม้เป็นผืนเดียวกันแต่กลับแตกต่างจนน่าแปลกใจ มาเลฟิเซนต์จมอยู่กับความคิดจนกระทั่งเสียงขานแจ้งการเสด็จเยือนขององค์ ราชินีดังขึ้นที่หน้าห้อง

 

ร่างสง่างามของนางฟ้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ รอการเผชิญหน้ากับผู้ที่นางรอพบ เมื่อประตูที่สลักลวดลายหรูหราเปิดออก ร่างโปร่งของราชินีแห่งอาณาจักรมนุษย์ก็ค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามา

 

"นางฟ้าแม่ทูนหัว" ออโรร่าแย้มยิ้มหวานก่อนยกกระโปรงผ้าไหมสีฟ้าย่อคำนับนางอย่างแช่มช้อย ชายที่ปักด้วยเลื่อมสีทองทิ้งตัวลงเหนือพื้นอย่างพอดิบพอดี

 

เวลาที่ใช้ไปในดินแดนมนุษย์ได้อบรมบ่มเพาะเด็กสาวแสนซื่อให้เป็นหญิงสูงศักดิ์เต็มตัวอย่างไม่มีข้อกังขา ถึงแม้จะชื่นชมในกิริยามารยาทที่เพียบพร้อม แต่มาเลฟิเซนต์ก็อดนึกถึงอ้อมกอดอบอุ่นของเด็กน้อยคนเดิมนั้นไม่ได้

 

"ข้ามีเรื่องที่ต้องคุยกับเจ้า" มาเลฟิเซนต์เอ่ยตรงเข้าเรื่อง แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ของอีกหนึ่งชีวิตในห้อง

 

"สวัสดีจ้ะ เดียวัล" ออโรร่ายิ้มทักทายก่อนก้าวมาหยุดที่โต๊ะน้ำชา "เย็นหมดแล้ว" พึมพำกับตัวเองอย่างนั้นแล้วจึงหันไปสั่งผู้ติดตามให้ตระเตรียมมาใหม่

 

"นั่งก่อนสิคะ" หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ขณะเดินไปหาสหายคนสนิทในร่างนก มือเรียวขาวลูบไปบนขนสีดำเงาอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยชื่นชมอย่างที่ชอบทำจนเดียวัลจวนจะเหลิงเข้าไปทุกที

 

มาเลฟิเซนต์ยอมทำตามที่เจ้าบ้านแนะ นางฟ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งมัวร์นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ไม่ทันไรข้าราชบริพารทั้งหลายของออโรร่าก็เรียงแถวยกข้าวของเข้ามา หนนี้มีกากระเบื้องกับน้ำร้อนแยกกัน ใบชาในโถแก้วจัดมาในถาดอย่างสวยงาม เมื่อวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้ว ห้องก็กลับมาเหลือกันเพียงลำพังเช่นเดิม

 

"ท่านมาหาข้ากะทันหัน คงเป็นเรื่องสำคัญมาก" ออโรร่าผละจากนกตัวโปรดกลับมาวุ่นวายกับชาและสำรับขนม มือไล่ไปบนฝาโถแก้ว พินิจคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เลือกใบชาที่ต้องการออกมา

 

"ข้า..." มาเลฟิเซนต์สบตาเดียวัลทีหนึ่งก่อนว่าต่อ "ได้ยินว่าเจ้า...คิดจะให้มนุษย์เข้ามาอาศัยอยู่ในมัวร์"

 

มือที่กำลังรินน้ำร้อนชะงักไปเล็กน้อย แต่เพียงวูบเดียวเท่านั้น "อยู่ในขั้นพิจารณาเท่านั้นค่ะ"

 

"หมายความว่าเจ้าคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดขึ้น" เสียงของมาเลฟิเซนต์เข้มขึ้น

 

"แค่ประเด็นที่ยกขึ้นมาเรื่อยเปื่อยในที่ประชุมเท่านั้นเอง อย่ากังวลเลยค่ะ นางฟ้าแม่ทูนหัว" เสียงใสตอบนางฉะฉาน ทว่าการที่ยังไม่ได้สบตาทำให้มาเลฟิเซนต์ไม่วางใจ

 

"ออโรร่า เจ้าก็รู้ว่าระบบนิเวศน์ของมัวร์ไม่เหมาะกับมนุษย์ หากพวกเจ้าเข้ามาอยู่อาศัย มัวร์คงเสื่อมโทรมและอาจถึงกาลล่มสลาย..."

 

"ข้าทราบดี" หญิงสาวบอกขณะยกกาสีขาวสะอาดรินเครื่องดื่มสีอำพันที่กำลังกรุ่นได้ที่ลงในถ้วยชา "นางฟ้าแม่ทูนหัว...ท่านคงทราบดีอยู่แล้วเช่นกัน ว่ามนุษย์วาดหวังและใฝ่ฝันที่จะได้เข้าไปเยือนมัวร์มากเพียงใด"

 

"ยึดครอง" มาเลฟิเซนต์แก้คำสวนขึ้นมาทันที "ข้ารู้จักความโลภนั้น"

 

ออโรร่าไม่ได้ว่าอะไร ราชินีแห่งดินแดนมนุษย์ประคองชาในถ้วยใบสวยส่งให้กับนางฟ้าที่กำลังจับจ้องนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

"นางฟ้าแม่ทูนหัวคะ ข้าเข้าใจในสิ่งที่ท่านกังวล แต่ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเลย"

 

มาเลฟิเซนต์เกือบจะโต้กลับไปทันควันเหมือนก่อนหน้า แต่นางยั้งไว้ ปลอบตัวเองให้ใจเย็นแล้วจึงตอบ "ออโรร่า...ข้าไม่รู้จริงๆ...ไม่รู้ว่าควรจะเชื่อดีหรือไม่ พวกเจ้าให้บทเรียนกับข้ามามากเหลือเกิน"

 

ได้ยินดังนั้น คนฟังก็มีสีหน้าหมองเศร้า "ท่านรวมถึงข้าด้วยหรือคะ..."

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเสียใจ นางก็ใจหาย มาเลฟิเซนต์หลบตา ทอดถอนใจด้วยความลังเลสับสน "เจ้าเปลี่ยนไปมาก..."

 

สเตฟาน...ก็เช่นกัน...

 

ออโรร่าฝืนยิ้มออกมาบางๆ "ข้าเข้าใจดี" นางตอบเช่นนั้นก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ข้าศึกษาสิ่งต่างๆ มากมาย ได้รับการเคี่ยวเข็ญอบรมอย่างหนัก และไม่ได้กลับไปเยือนมัวร์มานานนับปี...ท่านคงไม่สบายใจ"

 

"ออโรร่า..."

 

"แต่ข้ามั่นใจว่าถึงแม้ข้าจะเปลี่ยนไปบ้าง หากไม่ว่าอย่างไร เรื่องของมัวร์ก็สำคัญกับข้าไม่เปลี่ยนแปลง ข้าไม่มีทางเห็นดีเห็นงามกับสิ่งใดที่จะทำลายหรือทำให้มัวร์ต้องแปดเปื้อนอย่างแน่นอน" นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องนางฟ้าประจำตัวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา จนกลายเป็นมาเลฟิเซนต์เสียเองที่รู้สึกผิด

 

"ได้ยินอย่างนั้นข้าก็ดีใจ" นางตอบก่อนหลุบตาลงมองถ้วยชาในมือโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเห็นแล้ว จมูกก็พานจะได้กลิ่นไปด้วย ไอจางๆ หอมกรุ่นคุ้นเคย มาเลฟิเซนต์นึกสงสัยแต่ไม่ทันได้เอ่ยถาม

 

"ข้านำดอกไม้จากมัวร์มาทดลองทำเป็นชา ตั้งใจว่าจะใช้รับรองท่านเป็นพิเศษ ลองดื่มสิคะ"

 

ใจจริงแล้ว มาเลฟิเซนต์ไม่ใคร่ชอบหรือสนใจอาหารการกินของมนุษย์นัก อย่างเช่นน้ำชาที่ออโรร่าเอ่ยเชื้อเชิญนี้ นางก็ไม่ได้ชื่นชมในรสชาติเลยสักนิด เรื่องกลิ่นนั้นอาจจะดึงดูดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เห็นว่าน้ำใสๆ รสขมฝาดจะมีอะไรน่าพิศมัย ถึงกระนั้น แม้จะไม่ได้พึงใจ แต่นางก็ยอมยกขึ้นดื่มทีละนิด

 

"ถ้าจิบพร้อมรับบิสกิตสักชิ้น จะได้รสชาติที่ดีมากนะคะ น่าเสียดายที่ท่านไม่ชอบ" ขณะที่บอก ออโรร่าก็ลุกขึ้นจัดการบิขนมปังกรอบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยรองเอาไว้ในมือก่อนยื่นให้เดียวัล

 

มาเลฟิเซนต์มองภาพตรงหน้า นึกชอบบรรยากาศในขณะนั้น...ทาสรับใช้ที่แสนซื่อสัตย์ของนาง กับเด็กน้อยที่นางเฝ้าดูแลจนเติบใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบชวนให้ผ่อนคลาย วูบหนึ่งนางอยากให้ช่วงเวลานี้คงอยู่ตลอดไป

 

ก่อนจะทันได้รู้ตัว ถ้วยชาใบสวยก็หลุดจากมือ หล่นลงบนผืนพรมหนา นางฟ้าผู้เปี่ยมฤทธารู้สึกได้ถึงความผิดปกติในวินาทีนั้น ร่างกายของนางแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรง

 

"ออโรร่า..." ร่างระหงพยายามลุกขึ้นยืน มือยึดพนักเก้าอี้แน่น เปลือกตาของนางหนักอึ้งและเริ่มควบคุมร่างกายได้ยากขึ้นทุกที...นางถูกวางยา ซึ่งครั้งเดียวที่เคยเกิดขึ้นนั้น ผลเป็นอย่างไรนางไม่มีทางลืม

 

ปีกทั้งสองข้างกางสะบัดออกทันที ห้องที่เคยกว้างดูแคบไปถนัดตา สายลมกรรโชกจนข้าวของล้มกระจัดกระจาย เดียวัลกรีดร้อง บินโฉบไปมาอย่างตื่นตระหนก ภาพที่เห็นพร่าเบลอจนไม่อาจร่ายมนต์ใดๆ ได้ มาเลฟิเซนต์ฝืนตัวก้าวไปที่หน้าต่าง แต่ได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ร่างของนางฟ้าอดีตราชินีผู้ปกครองอาณาจักรภูตพรายก็สิ้นสติล้มลงจมสู่ห้วง นิทราอย่างไม่อาจต้านทาน

 

 

 

 

 

 

TBC...

 

 

 

 

 

 

 

 

แก้พีคค่ะ 555

 

ตอนหน้า(ต้อง)จบ

 

จบแน่นอน!

Comment

Comment:

Tweet

นี่มันธีมบาจอง อิบ้า อิต้ม รักนะคะสาคู
 
เอนี่เว
 
เดี๋ยวนะะะะะะะะะ ออโรร่าจิทำไรรรรรรรรร เฮ้ย ตอนหน้าเอามาเดี๋ยวนี้นะคะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
 
 

#5 By ดอกไม้ (58.10.18.151|58.10.18.151) on 2014-06-18 02:25

อ๊ากกกกก ตัดจบได้ค้างคามากค่ะ
เจ็บปวดตรงที่เจ๊โดนเหมือนที่เคยโดน ทั้งที่อุตส่าห์กลับมาเชื่อใจมนุษย์ได้อีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าออโรร่าวางแผนอะไรไว้ก็เถอะ
ไม่รู้จะเมนท์อะไรต่อ แต่อยากบอกว่าชอบภาษาของคุณจังเลยค่ะ

#4 By Mic (58.11.10.11|58.11.10.11) on 2014-06-17 19:03

confused smile
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
มีฟิคอ่านแล้วววววววว (ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด)
มนุษย์นี่หนอ พอมีอะไรต้องทำหน่อยก็หลงลืมคนสำคัญรอบตัวกันทั้งน้านนนนนนน
กระทั่งคนที่ตัวเองรักและเชิดชูเสียเหลือเกินตั้งแต่เด็ก
แล้วนี่หล่อนจะทำอะไรคะออโรร่า เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยเรอะ ไอ้เรื่องเจ้าแผนการ โลภมากเนี่ย นี่เริ่มด่านาง(?)เอกของเรื่องเรียบร้อย ไม่รู้คิดจะทำอะไร ด่าไว้ก่อน
ต่อไวๆนะคะ ยืดเรื่องไปสักสามสิบสี่สิบตอนยิ่งดี

#3 By Gaderk (14.207.77.197|14.207.77.197) on 2014-06-17 18:37

ซ้ำรอยเหรอ ซ้ำรอยเหรอออออ

#2 By Rand Kung on 2014-06-17 18:26

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือชื่อน่ะ
ทำไมต้องเป็นดอกเดซี่ด้วยนะ ขึ้นชื่อว่าดอกไม้คือความบอบบางไม่ใช่หรือ ดูจะตรงข้ามกับมงกุฎ สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง (การครอบครอง โคตรจะเพศชายเลย)

ในสายตาของท่านเมลมองออโรร่าสวยงามดั่งเดซี่ งดงาม บอบบาง สว่างไสว คือมองคนที่ตัวเองเลี้งดูมาแต่อ้อมอกเป็นสิ่งมีค่าน่าทะนุถนอม
แต่นางคงลืมไปว่าสิ่งใดมันไม่มีทางคงอยูถาวรเสมอไป คนที่นางรักดั่งลูกกลับกลายเป็นราชินีผู้สวยสง่า
อ่านแล้วรู้สึกถึงสิ่งที่รบกวนใจมาเลฟิเซนต์อยู่ในเรื่องนี้
ถ้าเป็นแม่คน...ก็อาจทำใจ มองเป็นเรื่องปกติ...
แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือความหวงและห่วงแฮะ...เหมือนไม่อยากให้เปลี่ยนไป (แต่ก็บอกตัวเองว่าให้ทำใจ กลับไปกลับมาซ้ำรึเปล่า? ประสาคนปากไม่ตรงกับใจ แสนซึน)  sad smile
อยากให้เป็นเด็กน้อยของตนเองไปตลอดกาล บางทีออโรร่าในปัจจุบันคงทำให้คิดถึงสเตฟาน ผู้ชายที่เคยรักและทำเธอเจ็บแสบที่สุด

ไม่เข้าใจความคิดของออโรร่าแฮะ ว่าทำไมถึงอยากให้มนุาย์เข้าไปอยู่ในมัวร์ อาจเพราะเป็นเด็กไร้เดียงสา ไม่รู้จักความโสมมของมนุษย์หรือเปล่านะ...แต่ช่วงเวลาที่ได้ไปอยู่กับมนุษย์นางก็น่าจะได้เรียนรู้มาบ้าง วุ้ยยยยยยย อ่านไม่ออก ยัยเด็กนี่ *ทุบโต๊ะ

นี่คนอ่านตกใจนะที่อยู่ๆมาเลฟิเซนต์ก็โดนวางยาเนี่ย ยัยออโรร่า เธอจะทำอะไรอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด *ทุบโต๊ะอีกรอบ 

#1 By พุดซ้อน (58.136.20.13|58.136.20.13) on 2014-06-17 17:21

poupeegirl fashion brand community