เลิ้บทาดาชิจังมากๆ เลยค่ะ 
 
#เดี๋ยว...
 
 
 
 
 
 
 

One Step Behind You

wessnette

Part 2:

 

...ชอบ... 

 

สึกิชิมะ เคย์ เคยได้ยินคำนั้นมาจากใครต่อใครจนนับครั้งไม่ถ้วน หากมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ไม่เหมือนกับครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา...คำเดียวกัน จากคนคนหนึ่งที่ไม่เคยมีท่าทีจะพูดมันออกมา ถึงแม้การกระทำทั้งหมด จะฟ้องมากแค่ไหนก็ตาม

ซื่อสัตย์ ไร้เล่ห์กล และอดทนยิ่งกว่าใคร...ไม่ว่าเขาจะร้ายหรือทำตัวไม่น่าคบแค่ไหน ก็ยังอยู่ข้างๆ เสมอ

ถ้าไม่ได้ชอบเขามาก...ยามากุจิ ทาดาชิ ก็คงเกลียดเขามาก...เกลียดมากพอที่จะยอมทนอยู่ด้วยกัน เพื่อทิ้งเขาไปในสักวันหนึ่ง

 

มันก็แค่เกิดขึ้นแล้ว...

 

"ยามากุจิ!"

ชื่อที่แว่วเข้ามาในหูทำให้หลุดจากภวังค์อย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มร่างสูงเหลือบมองด้วยหางตา พอไม่มีเลนส์ช่วย เขาก็มองได้ไม่ชัดนัก แต่ฟังเสียงไปพร้อมกับภาพที่พร่าเบลอแล้วก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

"เอ้านี่ ขอบใจมากนะ" เพื่อนร่วมห้องที่เข้าไปทักส่งบางสิ่งให้เจ้าของชื่อ ยามากุจิ ทาดาชิยื่นมือรับ สึกิชิมะพอมองออกและคิดว่าน่าจะเป็นแผ่นเกม

ถึงแม้จะอยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลา แต่ยามากุจิก็ยังมีเพื่อนคนอื่นอยู่บ้าง เพราะท่าทางซื่อๆ หงอๆ และขี้เกรงใจ จึงทำให้เข้าหาได้ไม่ยาก เพียงแต่บางทีก็ทำให้เขาหงุดหงิด และยิ่งโกรธที่เจ้าตัวมักจะยอมเสียจนโดนเอาเปรียบ

เสียงคุ้นหูของเพื่อนสมัยเด็กที่คบกันมายาวนานฟังดูร่าเริงสดใส คุยเล่นและหัวเราะ เล่าเรื่องเกมที่อยู่ในมือกันอย่างสนุกสนาน

 

หงุดหงิด... 

 

สึกิชิมะลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนเดินออกจากห้องเรียนไปทันที ทิ้งให้เพื่อนตาไวบางคนสงสัยและหันไปตั้งคำถาม

"นายกับสึกิชิมะทะเลาะกันเหรอ?"

"...เอ๋...?" ยามากุจิพยายามตีหน้าเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่แววตากับรอยยิ้มฝืดฝืนก็แทนคำตอบได้ชัดอยู่พอสมควร

"หวา! ทะเลาะกันจริงๆ ด้วย" คนหนึ่งสรุปก่อนหันไปมองเพื่อนคนอื่นในวงสนทนา "ไม่น่าเชื่อ"

"ในที่สุดยามากุจิก็ไม่ไหวสินะ นึกว่านายจะไม่มีลิมิตซะอีก...แต่ถ้าขนาดยามากุจิยังเป็นแบบนี้ สึกิชิมะนี่ท่าทางจะหมดหวังแล้วล่ะ" อีกคนพูดต่อ "หมอนั่นน่ะ อะไรก็ดีล่ะนะ..."

"ก็นะ..." รับส่งกันไปมาแบบรู้กันแล้วเพื่อนทั้งสองก็หัวเราะแห้งๆ

อะไรก็ดีไปหมด...ยกเว้นนิสัย กระมัง...

สึกิชิมะเป็นคนฉลาด หน้าตาดี ตัวสูง ซ้ำยังเป็นนักกีฬา น่าอิจฉาไปหมดทุกอย่าง และเพราะเงียบขรึม จึงดูเป็นผู้ใหญ่ เรียกว่าสามารถเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนทั้งหญิงชายได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม...ทั้งเข้าถึงยาก ดูหยิ่งยโส เย็นชา และยังพูดจาไม่เข้าหูคนไปทั่ว

แต่ว่า...สึกิชิมะไม่เคยโกหก ไม่เคยหลอกลวงใคร...ทั้งหมด ก็เพียงแค่เกลียดความคาดหวังเท่านั้น

 

มีแค่เขา...ที่รู้... 

 

"ส..สึกกี้...สึกิชิมะน่ะ ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ" เขารีบแก้ต่างให้เมื่อพอเข้าใจว่าเพื่อนกำลังพูดถึงอะไรกันอยู่

"ก็รู้หรอกนะ" คู่สนทนาถอนหายใจ "แต่พอรู้สึกไม่ถูกชะตาไปซะแล้ว มันก็ไม่ไหวน่ะ แล้วมาทะเลาะกับนายแบบนี้ หมอนั่นก็ไม่ได้ฉลาดสักเท่าไรเลยนะ ถ้าไม่มียามากุจิเป็นอแดปเตอร์ให้ หมอนั่นนั่นแหละที่จะลำบาก"

"อ..อแดปเตอร์?" คนที่ถูกแต่งตั้งโดยไม่รู้ตัวงงจนทำหน้าเหลอหลา

"ปกติใครเขาจะอยากคุยกับคนขวานผ่าซากแบบนั้นกันล่ะ นายเองก็รู้สึกไม่ใช่เหรอ ถึงได้คอยตามพูดเสริมแก้สถานการณ์ให้ตลอด" พูดจบ อีกฝ่ายก็วางมือตบไหล่อย่างเห็นอกเห็นใจ "จะว่าไป ที่ผ่านมาคงลำบากมาเยอะสินะ"

 

ลำบากเหรอ...?

 

ผ่านมาเกือบครบสัปดาห์แล้วตั้งแต่วันนั้น...ย่างเข้าวันศุกร์ จนจะชนวันเสาร์ที่เคยเกิดเรื่องไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ยามากุจิยังคงไม่ได้พูดอะไรกับสึกิชิมะแม้แต่คำเดียว เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่พวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่พอคิดอีกทีแล้วก็ไม่แปลก...เพราะที่ผ่านมา ฝ่ายที่เขาหาก่อนคือยามากุจิ พอเลิกไปเสียแล้ว เรื่องมันก็จบไปง่ายๆ เท่านั้นเอง

"ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ" เสียงเพื่อนรอบตัวชักชวนกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวอร์มเพื่อลงไปเรียนวิชาพลศึกษาในคาบต่อไป ยามากุจิลุกเดินตามไปเงียบๆ ตั้งแต่เขาห่างจากสึกิชิมะ เพื่อนคนอื่นก็เข้ามาพูดคุยคบหาด้วยมากขึ้น

คิดๆ ไปก็น่าขำ...ก่อนหน้านี้ เขาเคยใช้ชีวิตอย่างไร จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนจะนึกไม่ออกเสียแล้ว...แค่มีสึกิชิมะคนเดียวก็พอ

"ยามากุจิ! นายอยู่ชมรมวอลเล่ย์บอลใช่ม้า! แบบนี้หวังพึ่งได้เลยสิ!" เพื่อนที่เดินตีคู่อยู่ข้างๆ หัวเราะร่าพร้อมวาดแขนโอบไหล่อย่างไม่ให้ตั้งตัวจนเขาเซเข้าไปชนเต็มรัก

"ไม่หรอก วอลเล่ย์บอลกับวิ่งผลัดมันคนละเรื่องกันเลยนะ" ยามากุจิบอกเสียงอ้อมแอ้มพลางพยายามขยับตัวออก เมื่อไม่สำเร็จก็ปล่อยให้คนอื่นคุยกันเสียงดังไปทั้งอย่างนั้น แต่ไม่วายต้องเหลือบตามองหาใครอีกคน

เขาเห็นสึกิชิมะเดินอยู่อีกด้าน ใบหน้าคุ้นตาเรียบเฉย ริมฝีปากขยับเล็กน้อยคล้ายตอบอะไรบางอย่างกับเพื่อนนักเรียนหญิงที่เดินตาม ตายังคงมองตรงไปข้างหน้าราวกับไม่สนใจคนที่ก้าวไล่อยู่ข้างๆ เลยสักนิดเดียว

ไม่ว่าเมื่อไร ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ อย่างนี้เสมอ...แม้แต่ตัวเขาเอง ยังเคยนึกชื่นชม

 

ถึงไม่มีเขาอยู่ก็คงไม่เป็นไร...จริงๆ สินะ 

 

รู้สึกเศร้าจนเผลอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความหม่นหมอง พอรู้ตัวอีกทีก็เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกายแล้ว

"วันนี้จะสอนวิธีส่งไม้ จับคู่กันซะ ปฏิบัติ!" อาจารย์ประจำวิชาประกาศพลางปรบมือเร่งไปด้วย ทุกคนต่างก็หันหาเพื่อนสนิทของตัวเองโดยอัตโนมัติ เพียงแค่พริบตาเดียว กลุ่มนักเรียนชายก็ทำตามคำสั่งได้เกือบจะเรียบร้อยดี

เว้นก็เพียงสองคนที่ยังยืนนิ่งมองหน้ากัน

ราวกับรอบกายกลายเป็นโลกสูญญากาศ เงียบราวกับโลกนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเขา...ได้แต่มองเพื่อนตัวสูงด้วยความหวาดหวั่นใจ

"สึกิชิมะ! ยามากุจิ! มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่" เสียงอาจารย์เร่งขึ้นมาอีกจนสะดุ้ง ต้องยอมขานรับและก้าวเข้าไปหาแต่โดยดี สึกิชิมะยืนรอด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

ไม้คฑาที่ใช้ในการวิ่งผลัดถูกแจกจ่ายให้คู่ละอัน เก่าใหม่คละกันไปแล้วแต่โชค อาจารย์สอนอยู่ด้านหน้าก่อนสุ่มเรียกนักเรียนออกไปสาธิตให้ดูแล้วสั่งให้พวกเขาลองทำตาม

"ฉ..ฉันจะเป็นฝ่ายส่งให้ก่อนก็แล้วกัน" เรื่องหมางใจที่ยังไม่คลี่คลายทำให้ยามากุจิไม่อยากสบตาอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนสึกิชิมะเองก็เพียงแค่เดินออกไปอยู่ในตำแหน่งสำหรับฝึกรับไม้แทนคำตอบ ทดลองอยู่สามสี่รอบพอเป็นพิธีก็ได้เวลาสลับที่กัน

"ยามากุจิ" ทั้งที่คิดว่าสึกิชิมะคงไม่ยอมพูดอะไรกับเขาอย่างแน่นอน ดังนั้น พอได้ยินชื่อของตัวเองที่ถูกเรียกโดยคนตัวสูง จึงเกินคาดเสียจนเผลอหันขวับ

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลังกรอบแว่นสีดำสนิทยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน ถึงแม้สึกิชิมะจะทำเป็นนิ่งเฉยขนาดไหน แต่เขาคิดว่าตัวเองรู้จักอีกฝ่ายดีพอที่จะบอกได้ว่าไม่มีทางที่สึกิชิมะจะไม่รู้สึกอะไร อย่างน้อยก็น่าจะหงุดหงิดอยู่บ้างแน่ๆ

พอถูกเรียกแบบนี้...เลยอดตื่นเต้นไม่ได้

"หนังสือการ์ตูนกับเกมของนายยังอยู่ในห้องฉัน มาเอาคืนไปซะด้วย เกะกะ"

เขาแทบจะสวนไปว่าก็ทิ้งไปเลยซะสิ! แต่ใจหนึ่งก็ยังเสียดาย และนิสัยดั้งเดิมของเขาเองก็ไม่ได้ก้าวร้าวขนาดนั้น หนนี้กลายเป็นยามากุจิที่ไม่พูดบ้าง คนตัวเตี้ยกว่านิดหน่อยเดินไปประจำที่ ตั้งท่าพร้อมซ้อมรับส่งไม้โดยไม่คิดจะให้คำตอบ

สึกิชิมะยังคงรักษาสีหน้านิ่งสนิทได้อย่างดีเลิศ มือเรียวส่งไม้คฑาใส่มืออีกฝ่ายก่อนยื่นคำขาด

"ถ้าเย็นนี้ไม่มาเอา พรุ่งนี้ก็ไปเก็บจากถุงขยะเอาเองแล้วกัน"

ยามากุจิแทบจะหันไปชกหน้าอีกฝ่ายเสียให้รู้แล้วรู้รอด...

 

ต่อไป เขาจะไม่แก้ตัวอะไรให้กับคนแบบนี้อีกแล้ว!

 

แม้จะโกรธจนหูอื้อตาลายอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน แต่ยามากุจิ ทาดาชิก็ไม่ลืมที่จะตามคู่กรณีกลับไปเอาของของตัวเองตามที่ถูกท้าทาย

เขาเดินตามหลังสึกิชิมะหนึ่งก้าวตามความเคยชินพลางเหลือบขึ้นมองคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้า รู้สึกคิดถึงมากพอๆ กับที่อยากจะกระโดดเขกศีรษะให้สักที...แต่ก็ทำได้แค่คิด อย่างเขาหรือจะกล้า...

เมื่อกลับมาอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับเมื่อก่อนแล้ว เขาก็เกิดจะนึกขึ้นมา...เพราะหลายปีที่เป็นเพื่อนกัน หลายปีที่คอยวิ่งไล่ตาม มันยาวนานจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พอทะเลาะกันแล้วก็ไม่ได้ทำอย่างนี้ และต่อไปก็คงไม่ได้เดินตามอย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้อีกแล้ว

ยามากุจิยกมือขึ้นถูจมูกไปมาเมื่อความรู้สึกตีขึ้นจนคล้ายว่าจะร้องไห้เป็นเด็กๆ

สึกิชิมะนำทางเข้าบ้าน ผ่านรั้วที่คุ้นเคย แล้วไขประตูเปิดนำเข้าไป ปล่อยให้เขาเดินตามโดยปราศจากคำเชื้อเชิญ

"คุณลุงคุณป้าไม่อยู่เหรอ...?"

สึกิชิมะชายตามองเขาก่อนตอบเรียบๆ "วันนี้ไปงานเลี้ยงบริษัทพ่อ"

"อ..อ้อ......" ยามากุจิมาที่นี่บ่อยพอที่จะไม่ถามเซ้าซี้ และมั่นใจได้ว่าวันนี้คุณและคุณนายสึกิชิมะจะกลับค่อนข้างดึกอย่างแน่นอน

มีเวลาให้เหม่อได้ไม่ทันไร เจ้าของบ้านก็เดินขึ้นบันไดให้ต้องรีบจ้ำเท้าตาม เมื่อถึงห้อง สึกิชิมะก็แยกไปวางกระเป๋าพลางคลายเนคไทเครื่องแบบ ขณะที่ยามากุจิเลี่ยงออกไปอีกด้าน พยายามมองหาของที่ต้องการ

"ไหนล่ะ?" แม้จะตัดสินใจถามออกไป แต่อีกฝ่ายก็เงียบเสียจนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ยามากุจิหันกลับไปมองอย่างงุนงง

"สึกกี้...?"

เจ้าของชื่อเล่นนั้นมองเขาด้วยสายตาด้านชา "ยังจะกล้าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีกเหรอ?"

"...อะ!" ได้ยินแบบนั้นก็เผลอยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก

"นายน่ะ เริ่มต้นใหม่ได้ดีเลยนี่...พอถีบหัวส่งฉันแล้ว ชีวิตคงดีขึ้นเลยสินะ" ริมฝีปากของคนพูดเหยียดยิ้มแบบที่เขาเกลียดที่สุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

"พ..พูดอะไรของนาย!" ยามากุจิสวนเสียงสั่นด้วยความโกรธ

"สึ..." เขาเกือบเรียกชื่อที่เคยติดปากนั้นออกไปอีกแต่ก็หยุดเอาไว้ได้ทัน "สึกิชิมะ! ถ้านายจะชวนทะเลาะล่ะก็ ฉันไม่เอาด้วย รีบคืนของฉันมา ฉันจะได้กลับ!" พูดไปเขาก็สอดส่ายสายตาหาไปพร้อมกัน

เมื่อก่อนยามากุจิ ทาดาชิเคยขี้ขลาดอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น...เขามีเซฟโซนของตัวเอง และตัวเขาที่เคยอยู่แต่ใต้ปีกของสึกิชิมะ เคย์มาตลอด คงไม่อาจหาญกล้างัดด้วยแน่ๆ

โชคดีที่ในสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ เขายังตาไวพอที่จะมองเห็นของที่ต้องการ ยามากุจิก้าวพรวดไปที่ชั้นหนังสือข้างๆ เมื่อได้ของคืนแล้วก็ตั้งใจว่าจะออกไปให้พ้นจากที่นี่ทันที...แต่แล้วประตูก็ปิดลง

แค่ประตูปิดเท่านั้น...แต่มันแปลกจนเขาเริ่มรู้สึกไม่สู้ดี

"สึกิชิมะ..." เขามองคนตัวโตกว่าที่ยืนขวางประตูอยู่อย่างหวาดหวั่น สึกิชิมะจ้องมองกลับมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"พอไม่มีฉันแล้วคงสบายใจสินะ นายมันน่าสะอิดสะเอียนชะมัด..."

"อ..อะไรนะ..." เขาแทบไม่เชื่อหู

"พูดเองว่าชอบ แต่พอแยกออกไปได้ก็เป็นปลาได้น้ำ ลืมได้เหมือนไม่เคยพูดมาก่อนแบบนี้ เห็นทำซื่อๆ แต่นายนี่มันยิ่งกว่าที่ฉันคิดซะอีกนะ"

"สึกิชิมะ! พอซะที!" ยามากุจิตวาดสุดเสียง ตาและแก้มแดงก่ำ "ฉันจะไม่ทะเลาะกับนาย...จะไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้ เพราะงั้นพอซะที...พอได้แล้ว..."

ลมหายใจที่หอบกระชั้นด้วยความโกรธระคนเสียใจอัดแน่นอยู่ในห้อง

"ต่างคน...ต่างอยู่...ก็แล้วกัน" เจ้าของเรือนผมสีดำตั้งใจจะพูดเป็นประโยคสุดท้าย "ขอบใจที่เก็บของเอาไว้ให้...ฉันกลับล่ะ"

ทั้งที่บรรยากาศดิ่งลงจนคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้นลงแล้ว แต่เพียงถึงจังหวะที่จะเดินสวนเพื่อเปิดออกไปเท่านั้น แขนก็ถูกกระขากทันที

"สึกิ...!"

เล่มต่อของการ์ตูนเรื่องโปรดและแผ่นเกมในมือร่วงลงบนพื้น กล่องซีดีแตกกระจาย หนังสือตกคว่ำหน้า ก่อนเขาจะเหยียบเข้าเต็มที่เพราะถูกผลักจนเซหลุนจนล้มลงบนเตียงด้านหลัง

"สึกิชิมะ!" ยามากุจิร้องลั่นเมื่ออีกฝ่ายโถมตัวคร่อมทับลงมา "ปล่อยนะ! บ้าไปแล้วหรือไง?!"

"นายชอบฉันแบบไหน?" นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องลงมา "ไม่สิ...เคย ชอบแบบไหน?"

ฝ่ายเสียเปรียบได้แต่เบิกตามองด้วยความตกใจ

"ฉันคิดว่า...ในฐานะเพื่อน ฉันก็ไม่ได้แย่อะไร..." พูดแบบนั้นแล้วก็ถอดแว่นของตัวเองออกอย่างใจเย็น "ถ้าอย่างนั้น...คงจะเป็นอีกอย่างสินะ"

ก่อนจะทันได้คิดตามหรือแม้แต่ต่อต้าน คนด้านบนก็โน้มตัวลงมาและชิงลงมืออย่างไม่ให้ตั้งตัว ริมฝีปากบางกดแนบลงมาบนริมฝีปากของเขา ยามากุจิตกใจจนตัวแข็งทื่อก่อนจะได้สติรีบดิ้นรนสุดแรง

"สึ..กิ...!" เบือนหน้าหนีได้เพียงไม่ถึงอึดใจก็โดนอีกฝ่ายตามจู่โจมรุกเร้า ไม่ให้โอกาสหลบเลี่ยงหรือคิดอะไรได้เลย

จูบแรก จูบที่สอง และจูบที่สาม บางทีอาจจะมากกว่านั้น...แต่ทั้งหมด ถูกฉกชิงเอาไปอย่างง่ายดาย กระดุมเสื้อถูกปลดออกและถูกสัมผัสเนื้อตัวอย่างรวดเร็วจนทำอะไรไม่ถูก

"ไม่! หยุดนะ!" เมื่อได้โอกาส เด็กหนุ่มที่ถูกกดเอาไว้กับเตียงก็ปฏิเสธสุดเสียงพร้อมพยายามถอยหนีอย่างทุลักทุเล ฝ่ายตรงข้ามตามมาจับตัวกดเอาไว้อีกครั้ง และวินาทีนั้นเองที่ยามากุจิ ทาดาชิตัดสินใจทำในสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน

เขาตบหน้าสึกิชิมะ...ตบเต็มแรงจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกผิด

ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ริมฝีปากและตาของเขาแดงก่ำ ก่อนหยดน้ำใสจะค่อยๆ ไหลออกมา

"นายคิดจะทำอะไร..." เสียงและมือของคนถามแทบจะสั่นแข่งกัน

"คิด...อะไรของนาย..."

แน่นอน...ว่าไม่มีคำตอบใดๆ จากสึกิชิมะ...

 

ไม่มีแม้แต่คำเดียว... 

 

 

 

TBC...

 

 

 

Comments are need~~~~~~<3

เมนต์ได้นะคะ เค้ารออยู่ว์ ยิ่งมีคอมเมนต์ยิ่งคึก ยิ่งมีแรงแต่งนะเออ (ฮา...สถิติคึกสูงสุดคือได้วันละตอนอ่ะ...)

(มีใครอ่านอยู่บ้างมั้ย นอกจากพี่บ้อย คะฮานุน(?) คินปุ่น คุณ YokeK.N. ฮรือ...)

ขอบคุณค่ะ (ฮา)

Comment

Comment:

Tweet

ไม่รู้ทำไมตอนที่แล้วเม้นไม่ได้ เลยมาเม้นตอนนี้แทน
คือมันกร๊าว มันจุก อ่านไปน้ำตาไหลไป คือเพิ่งรู้ว่าตัวเองชอบอ่านโมเม้นท์แบบนี้(มาโซ?5555)
เขียนดีมากเลย กลั่นกรองความรู้สึกได้แบบรู้สึกอินตามยามากุจิไปเลยอ่ะ
เขียนต่อไปนะคะbig smile

#7 By TheKeeperDream on 2015-07-23 13:28

เจ็บปวดอ่ะ
สึกี้คิดอะไรอยู่หาาาาา
คนที่พูดจาเย็นชาใส่ก่อนมันนายนะ
ทำตัวลักลั่นย้อนแย้งจริงๆ

#6 By (114.109.4.139|114.109.4.139) on 2014-09-23 19:59

เมทททททททททททททททททททททท มีเมทอ่านอยู่ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา //กระโดดยกมือ
>[]<
คิดว่าพี่ทิมคงจำเมทไม่ได้  แต่เมทยังคิดถึงฟิคพี่ทิมอยู่จนถึงทุกวันนี้เลยนะ 555555 โอ๊ยยยยย แทบไม่เชื่อสายตา  ไม่คิดว่าพี่ทิมจะดูไฮคิวด้วย แง๊ กรี๊ดมากเลยค่ะ ไม่เจอกันนานเลยตั้งแต่ HIT ME พี่ทิมยังแต่งฟิคดีมากเหมือนเดิมมมมมม โฮรวววววววววว TAT สารภาพตามตรงว่าจริงๆแล้วไม่ได้อะไรกับคู่นี้  แต่พอได้อ่านฟิคพี่ทิมนี่สงสัยได้มีการเปลี่ยนเรือเกิดขึ้นแน่ค่ะ
สึกกี้หวงก้างอ่ะ >[]< ตอนเค้าอยู่ทำไม่สนใจ  พอเค้าจะไปงี้ทำมาเป็นงี่เง่า ฮึ่ย!! //เตะทีดิ๊ แต่ก็สมกับคาแรกเตอร์แล้วก็นิสัยของหมอนี่ค่ะ >< เมทว่าบางทีความคิดสึกกี้ยังซับซ้อนแล้วก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าฝ่าบาทเลยด้วยซ้ำเนอะ เป็นคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจมากๆคนนึงเลยค่ะ ><
พรุ่งนี้เรียนเช้าไม่มีเวลาไล่เม้นท์ เดี๋ยวขออ่านไปจนถึงตอนล่าสุดก่อนแล้วเลิกเรียนจะกลับไปเม้นท์ให้อีกทีนะคะ >//////<

#5 By UxMishi on 2014-09-03 00:23

@felon คือบ้อนแม่งสะกิดใจตอนคุณลุงคุณป้าไม่อยู่
ดิฉันสะกิดใจว่าต้องมาแนวนี้ตั้งแต่บอกว่ามาเอากาตูนมึงกลับไปด้วยแล้วว่ะค่ะ ฮิฮิฮิ /ภูมิใจ(ทำมัย?)

#4 By KeeChan on 2014-08-09 12:02

อุ้ย ได้อ่านตอนสองเบย ดีใจจุง วั้ยๆๆ

ถ้าไม่ได้ชอบเขามาก...ยามากุจิ ทาดาชิ ก็คงเกลียดเขามาก...เกลียดมากพอที่จะยอมทนอยู่ด้วยกัน เพื่อทิ้งเขาไปในสักวันหนึ่ง

^

โหยอีซุกกี้... ท่อนนี้มึงคิดลึกไปปะ ชีวิตมีปมหรือไง แม่ทิ้งไปมีผัวใหม่เรอะะะะะ คิดได้ไงเนี่ย นิสัยแบบนี้ชอบก่อดราม่าด้วยตัวเองใช่มะ!

อ่าวๆๆ อีเสะซึนนนน ไหนบอกไม่สนไม่ชอบ ห่า แค่เค้าคุยกะคนอื่นดันคิ้วกระตุก ยึดติดนะคะ นี่มันเอาแต่ใจ โอ้ย อีเสะไม่น่ารัก ชื่อก็ซุกๆ แล้วอย่าทำตัวปากไม่ตรงกับใจแบบไอ้ซอก.สิวะคะ

555555555555 อแดปเตอร์ กร๊ากกก ชอบบบบบ สาคูอะ แจ่มมมม เป็นอแดปเตอร์เชียวนะ!!! โคดมีความสำคัญและใช้กันแพร่หลาย(?)เลยทีเดียว!

ไม้คฑาเซเลอร์มูนสื่อรัก... #ผิด

ต๊ายยยยยยยยยยยยย อีซุก(มันซุกจริงจริ๊งงงงง ซุกความอยากเรียกร้องความสนใจ)เรียกให้มาเอาการ์ตูนนี่อ่อยกันช่ายมะ อย่างที่คิดแหละ เอาไปทิ้งเองก็ได้ป่ะ แหม่ ทุ้ยยยย หุยหุย พ่อแม่ไม่อยู่ด้วย ทางสะดวกสัส แผนสูงนะมึง ล่อเค้ามาจะปล้ำใช่มั้ยคะมึงงงงงงงงง

/ตบเข่าฉาด พล้อตคลาสสิค!!! เสร็จล่ะสิ!!! อีเสะชอบใช้ความรุนแรง อีซุกเซ่อซึนนนน

ตอนต่อไปจะถมขาวมั้ยอะะะะะะะะะ

#3 By KeeChan on 2014-08-09 12:00

สึกิชิมะ เคย์ เคยได้ยินคำนั้นมาจากใครต่อใครจนนับครั้งไม่ถ้วน<<<<ค่ะ อิหล่อ อีหน้าตาดี อีมีภาษีสังคม หมั่นไส้มันนนนนนน เชอะ!
คือ...อ่านแล้วมีความรู้สึกนึงผุดขึ้นมาก่อนเลยค่ะว่าสึกกี้เป็นประเภท "มารู้ว่าสำคัญตอนสายไปแล้ว" โอเคจ้ะ เพราะฉะนั้นในฐานะแม่ยกทาดะจัง ขอสมน้ำหน้า28รอบรัวๆ ทำตัวเองไง สะใจมะ ไม่เหรอ แต่เราสะใจสุดๆเลยยยยย ครุคริ
แอบคิดนิดนึงว่าคนภายนอกมองทาดะจังเป็นอแดปเตอร์ของสึกกี้ แล้วทาดะจังมองตัวเองว่าเป็นยังไงน้า แล้วสึกกี้มองทาดะจังเป็นยังไง คือปฏิกิริยาภายใต้ท่าทางความซึนของสึกกี้แม่งหวงชัดๆอะ หวงแบบรู้หรือไม่รู้ตัวก็ตามแต่หวงไง เผลอๆถึงขั้นหึง
แหมๆๆๆ ทำเป็นให้มาเอาของที่บ้าน อีแผนการชั่วร้าย<<<สึกกี้บอกไม่ได้คิดมั้ย...
ทาดะจังตอนอยู่ในห้องนี่เหมือนชิวาว่าจ๋องๆที่พยายามเห่าเสียงแหลมๆสั้นๆเถียงเจ้าของดุ พอถูกเจ้าของยกมือตีก็งับมือห้อยต่องแต่ง แบบ คือรักอ้ะแต่ก็โกรธด้วย แงง เค้าเม้นท์งงมั้ยยยยย เอาเถอะ เค้ายังงงเองเลย
เห็นด้วยกับคุณล่อนค่ะ ไม่ได้เกลียดสึกกี้นะ แต่แบบ...หมั่นไส้มากกว่า คิดว่าเหนือหราาาา แช่งให้โดนทาดะจังทิ้ง(ซึ่งยากเลื้อเกินนน แงง)
สึกกี้มาปล้นจูบทาดะจัง หลายครั้งด้วย /ตบปากมัน มือไม้นี่อะไรคะ จะไวไปไหน /ตีมือหัก
แฮ่---- รอให้ได้กันไวๆ(?)
รอตอนสามนะคะ

#2 By +:+:+หมีปิ่น+:+:+ on 2014-08-09 01:37

อ่อม....

เราชอบท่อนแรกมาก...
"เกลียดมากพอที่จะยอมทนอยู่ด้วยกัน เพื่อทิ้งเขาไปในสักวันหนึ่ง"
บอกเลยว่า อ่านท่อนนี้แล้ว โคตรคิดเลยว่าสึกกี้แม่งช่างน่าสงสารอ่ะ ทาดาชิแม่งช่างใจร้ายใจดำ (อันนี้ก็ชอบส่วนตัวด้วยนะ ฮา น่าเอาไปปรับใช้... #เด๋วก่อน)
หรืออีกความหมายนึง คือมึงช่างคิดแต่เรื่องของตัวเองจริงๆ อีกคนเข้าตกหลุมโงหัวไม่ขึ้นมาตั้งเท่าไหร่แล้ว โดนแย่งของของตัวเองเข้าก็ไม่พอใจคิดเข้าข้างตัวเองล่ะสิ... นิสัยสมเป็นแกจริงๆ.... 

มันเป็นยังไงนะ ไอ้ความรู้สึกนี้ ของที่คิดว่าเป็นของตัวเองคนเดียว วันนึงได้รู้ว่าที่จริงคนอื่นๆบนโลกก็รู้จักของสิ่งนั้นด้วย แล้วตัวเองก็คว้าเอามาไว้ไม่ได้ เป็นเจ้าของก็ไม่ได้
ยิ่งอยู่สถานการณ์ที่ไม่อาจเรียกร้องอะไรได้แล้วด้วย... ตัวเองที่ไม่เคยจะทำดีกับเขาสักเท่าไหร่ จะรู้สึกยังไงเหรอ? มันจะมีเหรอ ทางที่สามารถทำให้มันดีขึ้นได้?

ไม่ได้เกลียดสึกกี้นะ แค่เม้นตามฟิกมันพาไป (จริงนะเออ)

ตอนที่บอกว่าคุณลุงคุณป้าไม่อยู่
บ้อยแม่งก็จิตสกปรกแล้วพี่น้องงงงงงงงงงงงง
ที่รโหฐานนะคะเด็กชายทั้งสองงงงงงงง (แต่เด๋วนะ เพิ่งจะม.ต้นนะ ใจเย็นๆนะน้องนะ #นนนนนนน)



เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



เด็กชายสึกิชิมะะะะะ มรึงจะรีบไปไหนนนนนนนนน ว้อทททททททททททททท
คือคิดแล้วนะว่าอาจจะมี ก็เดาเอาไว้แล้วด้วย...

แล้วก็แบบบ

ฉันคิดว่าเทอจะเลี่ยงมัน...

แล้วแบบนี้มันอะไรรรรรรร
ยัยคนแต่งงงงง /เขย่าสาคูให้รวมกับน้ำกระทิ 
บ้าไปแล้วววววววววววว

สึกิชิมะ อีคนบางอย่างใจอย่าง
สมแล้วที่แกเป็นเคะให้ทุกคน มีแค่คนนี้แหละเว้ยที่แกจะเสะด้วยได้ (นี่ไม่ได้เกลียดสึกกี้นะ พิมตามฟิกพาไป) 
ไหนแกบอกไม่แคร์ไม่สนใจ แต่ที่เขาพูดก็จำไว้ทุกเม็ดเลยนะเมิงงง
 
มันน่าหมั่นไส้ตรงไหนน่ะเหรอ...


ตรงนี่แม่งมีเวลาถอดแว่นไง!!!
ใจเย็นจริ๊งงงง พ่อคู๊ณณณณณณณณณณณณณณณ
หมั่นไส้ว้อยยยยยยยยย
มันไปไหนไม่ได้เลยสินะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเนี่ยยย ไม่รับประทานมื้อเย็นก่อนเลยล่ะคะคุณท่านนนนนน


สึกกี้ บอกตามตรงนะ ฉันไม่เคยเกลียดแกเลยยกเว้นในฟิคนี้ คนแต่งเขาล่อหลอกฉันให้จงชังแก รักนะน้องพี่จะบอก  

ทาดาชิลูกขราาา
ตบมันเต็มแรงแล้วรู้สึกผิดทำไม มันไม่ได้ใส่แว่น ตบแล้วไม่มีฉากแว่นหลุดลงพื้นเลนส์แตกค่ะน้อง จังหวะนี้น้องเอาหน้าแข้งฟาดเสริมพี่ยังชูป้ายคะแนนให้เลยนะคะ ไม่ผิดค่ะ จะไปรู้สึกผิดทำไมคะ น้องลุกไปหยิบแว่นมัน กางเอาขาแว่นทิ่มตามันด้วยก็ได้ จังหวะนี้น้องทำอะไรไม่ผิดแล้วจริงๆ
อยากรู้ว่าแรงที่ตบนี่เหมือนตอนตบลูกเสิร์ฟหรือตบหน้าเน็ตเลยใช่มั้ยคะน้อง
เต็มที่กับชีวิตเลยค่ะ เด๋วพี่ซื้อเป๊บซี่ให้กระป๋องนึงกับเอ็มร้อยอีกขวด


กลับมาที่สึกกี้...
ตอนที่โดนเรียก "สึกิชิมะ" สาสมใจดีไหมน้องงงงงง
ดั่งเข็มพันเล่มทิ่มแทงยิ่งกว่าโดนจักรยานปั่นแซงหน้า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า /ตบบ่า นายบอกให้เขาเรียกเองนะ สาสมใจดีไหมล่ะ หน้าม้านเลยสิท่า
นี่ไม่ได้ซ้ำเติมนะ แค่ถามเรื่องความเป็นอยู่ สบายดีไหมทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายัง ทานข้าวกันหน่อยดีไหม (นี่แค้นตอนถอดแว่นอยู่ บอกเลออออ)

ยังดีที่เอาแต่จูบ
เสื้อผ้าหลุดคงไม่มีอะไรนอกจากนี้..

กลับบ้านดีๆนะทาดาชิ
ฉันเห็นพายุตั้งเค้ามาลางๆแล้ว


สาคูน้ำกระทิ
เอาตอนสาม
ทั้งหมดสิบห้าตอนจบ
เราจะรอ

#1 By บ้อยที่คันมือมาก (171.5.251.122|171.5.251.122) on 2014-08-08 23:19

poupeegirl fashion brand community