ตอนหน้าจบ!
 
 
 
 

One Step Behind You

wessnette

Part 4:

 

คิดว่าเคยเข้าใจ...แต่ตอนนี้ไม่คิดว่าเข้าใจเลยสักนิด! 

 

ยามากุจิ ทาดาชิยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเรียนของตัวเองมาเกือบนาที อาจดูเหมือนไม่นาน แต่สำหรับห้องเรียนที่กำลังจะเริ่มชั่วโมงแรกในอีกไม่กี่อึดใจ ก็ไม่ยากที่จะบอกว่าผิดปกติ

หนังสือการ์ตูนเรื่องเดียวกับที่เขาจำได้ว่าเคยเอาไปห้องของ 'ใครบางคน' แล้วไปลืมไว้ และสุดท้ายก็เอาคืนมาไม่สำเร็จ แถมยังจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเหยียบลงไปเต็มเท้า...บัดนี้มีเล่มใหม่เอี่ยมยังไม่ได้แกะแม้แต่ห่อพลาสติก วางรอเอาไว้ให้แปลกใจเล่นเสียอย่างนั้น

ไม่ต้องสงสัย...ไม่ต้องไปเอาผงคาร์บอนมาปัดหาลายนิ้วมือ ไม่ต้องตรวจอะไรทั้งนั้น เขาก็รู้ว่าเป็นผลงานของใคร...มันก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละที่รู้เรื่องนี้...แต่ก็แค่ไม่อยากเชื่อ

สึกิชิมะเป็นบ้าอะไร?! ยามากุจิกรีดร้องอยู่ในใจขณะยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่อย่างนั้น แต่เพราะไม่อยากให้ตัวเองออกอาการผิดปกติมากไปกว่านี้ และตัวคนทำก็อาจจะมองอยู่ด้วยว่าเขาจะทำอย่างไร ยามากุจิคิดอยู่ว่าจะหยิบขึ้นมาปาออกหน้าต่างไปเสียเลยดีไหม แต่ก็ไม่อยากจะเป็นจุดสนใจมากไปกว่านี้...แล้วนี่...ก็อุตส่าห์ไปซื้อมาด้วย คนแบบนั้น...

เด็กหนุ่มตัวสูงถอนหายใจก่อนนั่งลงพร้อมคว้าเอาหนังสือตัวปัญหายัดใส่ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว...เดี๋ยวนะ...จะว่าไป ของที่เขาทิ้งไว้ที่ห้องอีกฝ่ายมันยังมีหนังสือการ์ตูนอีกเล่ม และเกมอีกสองเกม...แต่นี่คืนมาอย่างเดียว ยังไม่จบง่ายๆ สินะ...

ตอนเป็นเพื่อนกันมันก็ดีหรอก แต่พอไม่ใช่นี่สิ...ยามากุจิเก็บความคับข้องใจเอาไว้เงียบๆ พลางปล่อยให้วันนั้นหมดไปโดยไม่คุยกับสึกิชิมะเช่นเดิม

และเช้าวันต่อมา...เขาก็ต้องมายืนนิ่งหน้าโต๊ะตัวเองอีกครั้ง เมื่อหนังสือการ์ตูนอีกเล่มที่เหลือวางรออยู่บนโต๊ะ

"อ่า...สึกิชิมะน่ะ..." เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ลุกมายืนขนาบแล้วเอ่ยชื่อนั้นออกมา บางทีคงจะสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและรู้ว่าใครเป็นคนเอาของมาไว้บนโต๊ะของเขา

"หมอนั่น ง้อนายอยู่...สินะ?"

...สินะ...

ยามากุจิอึ้งไปหลายวินาที อยากจะหันไปมองตัวต้นเรื่องแต่ก็รักษาท่าทีไว้ "ไม่หรอกมั้ง..." เขาตอบก่อนเก็บของบนโต๊ะลงเหมือนเมื่อวาน

ง้อ...มีอะไรแบบนั้นอยู่ในพจนานุกรมของสึกิชิมะ เคย์ด้วยเหรอ...ยามากุจินึกประชดอยู่ในใจ จู่ๆ ก็ทำเรื่องที่ไม่เคยเห็นทำมาก่อน แถมยังมีคนมาพูดสะกิดให้คิด เขาเลยพลอยลุกลี้ลุกลนไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

แล้วอย่างไรต่อล่ะ...ของสี่ชิ้นที่เขาคิดว่าคงไม่มีวันได้คืน ค่อยๆ กลับมาทีละหนึ่ง...วันนี้วันพุธ เขาได้ชิ้นที่สอง ถ้าอีกสองชิ้นตามมาในความถี่เดิม วันศุกร์ก็คงครบพอดี

ถ้าครบ...ก็ไม่มีอะไรแล้ว...

ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย ทำไมเขาจะต้องมารอให้อีกฝ่ายซื้อของคืนให้แบบนี้ด้วยล่ะ ของใหม่ทุกชิ้นในระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ สำหรับเด็กมัธยมต้นที่น่าจะได้เงินค่าขนมไม่มาก ก็ถือว่าไม่ใช่น้อยๆ เลย คิดแล้วยามากุจิ ทาดาชิก็ตัดสินใจว่าจะต้องคุยกับสึกิชิมะให้ได้

เย็นวันนั้น เขาดักรอสึกิชิมะที่ตู้รองเท้า รอจนอีกฝ่ายมาถึงแล้วจึงก้าวไปเผชิญหน้า คนตัวสูงทำหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนที่ชอบทำ

"มีเรื่องจะคุยด้วย"

"อา..." สึกิชิมะตอบรับสั้นๆ

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่ได้คิดหรอกว่าจะไปคุยกันที่ไหนดี อย่างน้อยก็ไม่ใช่ที่ที่คนเดินผ่านไปมาอย่างนี้ ช่วงเวลาเพียงอึดใจที่มีเหลือให้คิดนั้น ยามากุจินึกออกก็แค่หลังอาคารเรียน เขาจึงเดินนำไปแม้จะไม่ค่อยแน่ใจนัก

 สึกิชิมะเดินตามมาด้วยท่าทางเฉยเมย พอเขาหยุด อีกฝ่ายก็หยุดเหมือนรอเผชิญหน้ามานาน

"เรื่องของน่ะ..."

"ฉันซื้อใช้ให้" ดวงตาสีอ่อนหลังกรอบแว่นสีเข้มจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น "แต่ถ้าอยากได้ของเดิมเป็นที่ระลึก ก็จะเอามาให้"

"ไม่อยากได้ทั้งสองนั่นแหละ!" ยามากุจิรีบสวน

ได้ยินอย่างนั้นสึกิชิมะก็เลิกคิ้ว "นึกว่าเป็นเกมที่ชอบมากซะอีก" เจ้าตัวคงหมายถึงเกมอีกสองเกมที่ยังไม่ได้หามาคืนให้

"นั่นมัน ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย ฉันก็แค่ไม่อยากได้อะไรจากนายต่างหาก"

คิ้วของคนตัวสูงกว่ากระตุกเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนไม่พอใจ "ก็เรื่องของนาย" สึกิชิมะพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังกลับเดินทิ้งกันไปดื้อๆ ยามากุจิยืนอ้าปากค้าง เกือบจะสูดลมหายใจตะโกนเรียกให้สุดปอดด้วยความโมโห

แต่เขาก็ไม่ได้ทำ...เพราะรู้ดี ว่าไม่มีประโยชน์อะไร

เช้าวันต่อมา ยามากุจิ ทาดาชิลงเอยด้วยการยืนมองของบนโต๊ะของตัวเองด้วยอาการอ้ำอึ้งไม่ต่างจากวันก่อนๆ...แผ่นเกมใหม่เอี่ยมวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะ ที่ต่างไปจากครั้งก่อนก็คือ...คราวนี้ไม่มีลูกเล่นหรือยึกยักท่ามากมาทีละอันสองอันอีกแล้ว แต่มาพร้อมกันครบทั้งสองเกม

ยามากุจิบรรยายความรู้สึกไม่ถูก เด็กหนุ่มร่างโปร่งได้แต่นั่งลงโดยดีแล้วเก็บของตรงหน้าลงในกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ

หนังสือการ์ตูนสองเล่ม...แล้วก็เกมอีกสองเกม...

เขาอดทนจนถึงเย็น รอเวลาเลิกเรียน แล้วก็จบด้วยการดักเจอสึกิชิมะอีกครั้ง หนนี้เพียงแค่สบตากันเท่านั้น ยามากุจิพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กัดริมฝีปากก่อนคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วฉุดลากให้เดินตามไปหลังอาคารเรียนที่เดียวกับเมื่อวาน เมื่อถึงที่หมาย เขาก็ปล่อยอีกคนแล้วหันมาประจันหน้า เห็นท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของฝ่ายตรงข้าม ยามากุจิก็ยิ่งหงุดหงิด

มือเรียวเปิดกระเป๋าควานเอาของเจ้าปัญหาออกมาอย่างรวดเร็วก่อนยันแผ่นเกมสองแผ่นกดเอาไว้กับอกของสึกิชิมะแน่น ตาจ้องตา เขาฮึดฮัดอย่างเอาเรื่อง "เอาคืนไป บอกแล้วไงว่าไม่เอา"

แน่นอนว่าสึกิชิมะก็ยังทำหน้าเฉยเมยกลับมาและตอบด้วยมาดนิ่งหยิ่งยโส "ไม่" แว่นตาที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ยิ่งทำให้นัยน์ตาคู่นั้นดูเย็นชายิ่งขึ้นไปอีก

"ฉันให้ไปแล้ว จะทำยังไงก็เชิญ"

แค่คำพูดประโยคนั้น ยามากุจิก็รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้เสียอีกแล้ว...ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ เขาล่ะนึกอยากจะท้าทายด้วยการปาลงพื้นแล้วย่ำเท้าเหยียบให้เต็มแรงมันซะตรงนี้...แต่ก็ทำไม่ได้

แผ่นเกมพวกนี้อาจจะไม่ใช่ของลิมิเต็ดแต่ก็อยู่ในช่วงที่หายากพอสมควรแล้ว พอคิดว่าคนอย่างสึกิชิมะที่ดูจะไม่ค่อยสนใจอะไร อุตส่าห์ไปหามาจนได้ มันก็สับสนจนทำอะไรไม่ถูก

โกรธก็โกรธ...แต่ดีใจก็ดีใจ...

แล้วก็...เศร้า...

"ฉันไม่อยากได้! นายเอาคืนไปสิ!" ยามากุจิหลับหูหลับตายืนยันเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนหน้า

"บอกแล้วไงว่าให้ไปแล้ว จะเอาไปทำอะไรก็ตามใจ" เสียงของสึกิชิมะเริ่มแข็งขึ้นมาเล็กน้อย

"ก็คืนนายนี่ไง!" เขาย้อนเสียงดังแล้วออกแรงกดย้ำไปบนแผ่นอกนั้นอีกรอบ "จะมาทำว่าชดใช้คืนให้หมดแล้ว แล้วหมดเรื่องกัน ฉันไม่ยอมรับหรอก!"

เขานึกว่าสึกิชิมะจะพูดอะไรสวนกลับมาให้เจ็บใจ แต่กลับมีแต่ความเงียบ...แม้เพียงอึดใจเดียว แต่พอตามด้วยเสียงทุ่มต่ำในลำคอว่า "หืม...?" เหมือนกับเจออะไรน