คอมเมนต์ได้นะ คนแต่งไม่กัดค่ะ ;-;
 
 
 
 

One Step Behind You

wessnette

Part 3:

 

เหมือนกับว่าความรู้สึก...มันเปลี่ยนไปทันที... 

 

"ทาดาชิ! ลงมาทานข้าวได้แล้ว!" เสียงคุ้นหูของแม่ตะโกนเรียกดังมาจากชั้นล่าง เด็กหนุ่มในห้องมืดสลัวไม่ได้ตอบกลับแต่เพียงแค่ขดตัวซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มมากขึ้นและเงียบอยู่อย่างนั้น

"ทาดาชิ!" เขาได้ยินเสียงแม่ร้องเรียกอยู่อีกสองสามหนก่อนจะเลิกไปเอง อาจเพราะพักหลังเขาชอบเผลอหลับไปก่อนมื้อเย็นเพราะเหนื่อยจากกิจกรรมชมรม จึงไม่น่าสงสัยสักเท่าไร

ภาพของสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นยังชัดเจน...ปลายนิ้วสั่นระริกแตะลงบนริมฝีปากของตัวเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ

สึกกี้...สึกิชิมะ เคย์ คนนั้น...จูบเขา

ยามากุจิ ทาดาชิ เพิ่มแรงกดลงบนริมฝีปากขึ้นอีกเล็กน้อย...ความรู้สึกในตอนนั้นไม่ใช่แบบนี้ แต่ก็คล้าย...ริมฝีปากของสึกิชิมะอุ่นและนุ่มนิ่มกว่าปลายนิ้วของเขาหลายเท่า ลมหายใจร้อนผ่าวโดนผิวแก้ม ตกใจจนร้องไม่ออก หายใจไม่ทัน ใบหน้าของสึกิชิมะอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ นัยน์ตาสีอ่อนจ้องเขาเขม็ง

จูบแรกของเขา...ถูกช่วงชิงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้แม้แต่ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไร ซ้ำยังไม่สามารถปกป้องจูบที่สอง สาม สี่ หรือที่เท่าไร เขาก็เริ่มจะนับไม่ถูก

ไม่เพียงแค่จูบ แต่ยังโดนลวนลาม...เขารู้ตัวว่ากำลังถูกปลดเครื่องแต่งกายออกก็ตอนที่มือใหญ่ของสึกิชิมะสัมผัสกับผิวเข้าตรงๆ...วินาทีนั้นยามากุจิสะดุ้งโหยงราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งจูบ ทั้งการเล้าโลม แล้วยังเสื้อผ้าที่กำลังจะถูกดึงออกไป ทุกอย่างชัดเจนขนาดนี้ เขาเอง ถึงแม้จะคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ ก็ไม่ได้โง่ขนาดจะไม่รู้

แต่ว่า...ทำไม...และพวกเขาจะกลายเป็นอย่างไรหลังจากนี้

ทั้งที่ยังสับสน แต่ก็รับรู้ได้ว่าผลที่ออกมาจะต้องน่ากลัวมาก ดังนั้น ยามากุจิที่ตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด จึงตบหน้าอีกฝ่ายเสียเต็มแรง...เคราะห์ยังดีที่ได้ผล...

สึกิชิมะนิ่งไป ไม่พูด ไม่ขยับ ก้มหน้าค้างอยู่อย่างนั้น เขาจึงอาศัยจังหวะหอบข้าวของหนีเอาตัวรอดออกมาพลางภาวนาขอให้ฝ่ายนั้นไม่บาดเจ็บมากนัก พอพ้นมาจากสถานการณ์อันตรายนั้นได้แล้ว มันก็ลดความสำคัญลงไปแทบจะทันที...แล้วสิ่งอื่นก็ผุดขึ้นมาแทน

หัวใจเต้นแรงจนแน่นหน้าอกไปหมด ชั่วพริบตาที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างนั้น มีอะไรมากมายจนไม่สามารถเรียบเรียงได้...ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนพูดเองว่าชอบ แต่ที่ทำไปก็แค่ไม่อยากแพ้ ไม่อยากจะปล่อยสึกิชิมะไป เขาเพียงพยายามสู้กับไหวพริบของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดยใช้สิ่งที่เรียนรู้มาจากการคบหาเป็นเพื่อนกันมาอย่างยาวนานเท่านั้น

ถึงกระนั้น  ในความเป็นจริงแล้ว ยามากุจิ ทาดาชิ ก็ไม่ได้ฉลาดอะไรมากมาย...เขาไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่ทำไปจะให้ผลอย่างไร หรืออาจจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

'ในฐานะเพื่อน ฉันก็ไม่ได้แย่อะไร...ถ้าอย่างนั้น...คงจะเป็นอีกอย่างสินะ'

พูดอย่างนั้น ก่อนที่จะจูบเขา...จูบที่ช่ำชองจนน่าโมโห...ระหว่างที่เขาได้แต่ติดตามอีกฝ่ายจนไม่เคยมีประสบการณ์ทำนองนั้นเลยแม้แต่เศษเสี้ยว กลับมาโดนจูบเอาๆ จนแทบหมดแรง กว่าจะได้สติก็เสียจูบแรกให้กับคนที่ทำร้ายจิตใจกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปแบบนี้ จะให้เขารู้สึกอย่างไร

ยิ่งกว่านั้น สึกิชิมะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คิดว่าเขาอยากได้อะไรแบบนั้นจากเจ้าตัวหรืออย่างไรกัน เขาน่ะ...ยามากุจิ ทาดาชิ คนนี้ไม่เคยต้องการอะไรเลยแท้ๆ ทั้งที่แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็พอแล้ว ที่ผ่านมามันไม่ชัดเจนหรืออย่างไร

แล้วที่ทำไปแบบนี้ ตั้งใจจะให้เขาทำหน้าอย่างไรตอนเจอกันที่โรงเรียนกันล่ะ...

"..บ้า..." ร่างใต้ผ้าห่มขยับซุกหน้ากับที่นอน

"สึกกี้...ฮึก...ไอ้บ้า......"

หัวใจมันเต้นระรัว จนรู้สึกเหมือนจะเป็นลมเสียให้รู้แล้วรู้รอด

เขากลัว...เพราะแม้จะถูกทำถึงขนาดนี้ ก็ไม่ได้รังเกียจเลยสักนิดเดียว

ตั้งแต่ทะเลาะกัน ยามากุจิ ทาดาชิก็ว่างอย่างไม่น่าเชื่อ จากที่สุดสัปดาห์เคยไปวอแววุ่นวายชวนให้สึกิชิมะออกนอกบ้านไปไหนมาไหน หรือไปขลุกอ่านหนังสือ ทำการบ้านที่ห้องอีกฝ่าย ตอนนี้เขาไม่มีอะไรทำนอกจากเก็บตัวอยู่ในห้องพร้อมอาการประสาทสารพัดอย่างของตัวเอง

เผลอไปนิดเดียว ก็เป็นเช้าวันจันทร์แล้ว...

ยามากุจิยืนวิงเวียนอยู่หลังเสาไฟฟ้าแรกจากหน้าประตูโรงเรียน ยืนมาสักพักใหญ่จนใกล้จะถึงเวลาปิดประตูเต็มแก่ รู้สึกมวนท้องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าจะเผชิญหน้ากับสึกิชิมะในอีกไม่กี่นาที หน้าก็จะมืดเอาให้ได้

"ยามากุจิ! มัวทำอะไรอยู่ เดี๋ยวก็สายหรอก" หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งมาถึงจัดการกอดคอลากไปด้วยกันด้วยความหวังดี

เมื่อก่อนเคยดีใจที่ได้อยู่ห้องเดียวกับสึกิชิมะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว...

"อะ สึกิชิมะ อรุณสวัสดิ์" คนที่กำลังนึกถึงยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียนพอดี เพื่อนข้างตัวจึงต้องทักทายอย่างเสียไม่ได้ แน่นอนว่าไม่มีการตอบกลับใดๆ ส่วนยามากุจิก็รีบอาศัยจังหวะก้มหน้าหลบพลางก้าวเร็วๆ หนีไปนั่งที่ของตัวเอง

ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรจริงๆ ด้วย...ไม่กล้ามองหน้าเสียด้วยซ้ำ หัวใจเต้นระทึกอย่างบ้าคลั่งและเรียนไม่รู้เรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย ยังดีที่ไม่ได้นั่งติดกันเพราะจัดที่นั่งตามเลขที่ และเพราะอยู่ปีสาม ต้องเตรียมสอบเข้าโรงเรียนชั้นมัธยมปลาย จึงไม่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมแล้วก็ได้

ไม่อย่างนั้นยามากุจิก็นึกไม่ออกว่าจะเอาตัวรอดจากสภาพนี้ไปได้สักแค่ไหน

เขาหลบเลี่ยงสึกิชิมะสุดชีวิต แต่ผลกรรมจากการเป็นเพื่อนสนิทหรืออย่างน้อยก็เขาเองที่ตามติดอีกฝ่ายจนแทบเป็นเงาตามตัว ทำให้ผลงานในอดีตที่เคยทำไว้วกกลับมาทำร้ายเข้าจนได้

"วันนี้เวรสึกิชิมะกับยามากุจิใช่ไหม?" หัวหน้าห้องหันมาเรียกหาหลังจบชั่วโมงเรียนสุดท้ายได้ไม่ถึงนาที ช่วยเตือนความจำให้คนที่กำลังตั้งท่าจะเผ่นกลับบ้านต้องตอบรับอ้อมแอ้ม

"อาจารย์ฝากยกการบ้านไปเก็บที่ห้องพักครูให้ด้วยน่ะ" ถ่ายทอดคำสั่งแล้วเจ้าตัวก็กลับบ้านไป

กองสมุดตั้งใหญ่วางอยู่หน้าชั้นเรียน ยามากุจิเหลือบตามองอีกคนที่เหลืออยู่ในห้อง เป็นความผิดของเขาเองนั่นแหละ ก่อนหน้านี้อะไรๆ ก็สึกกี้ วินาทีนี้เลยแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

"ฉ..ฉันจะเอาขยะไปทิ้งเอง นายลบกระดานก็แล้วกัน" ปกติยามากุจิจะรอให้สึกิชิมะออกคำสั่ง แต่วันนี้เขาต้องการให้ทุกอย่างจบเร็วที่สุดจึงเป็นฝ่ายออกปากและเริ่มเคลื่อนไหวโดยไม่รอฟังเสียง

ความตื่นเต้นทำให้ยามากุจิทำทุกอย่างเร็วกว่าปกติ เด็กหนุ่มร่างโปร่งแทบจะหอบถังขยะวิ่งทั้งขาลงและขาขึ้น นับว่าทำสถิติได้ดีเมื่ออีกคนในห้องดูเหมือนจะลบกระดานเกลี้ยงแล้ว แต่ยังติดเคาะแปรงอยู่ที่หน้าต่าง

ยามากุจิไม่รอช้า เขารีบตรงเข้าไปหากองการบ้านตั้งสูงราวกับเด็กดีแสนขยันขันแข็งจนอยู่ว่างไม่ได้ ปลายนิ้วสอดเข้าใต้เล่มล่างสุด แขนเรียวผอมทั้งคู่ประกบข้าง ถึงแม้จะตัวสูงแต่ก็ยังไม่ถนัดนัก พอพ้นจากโต๊ะที่ช่วยรอง น้ำหนักเต็มๆ ก็ทำเอาเสียหลักเล็กน้อย

"หวา...!" แถวสมุดที่เคยเรียงเป็นระเบียบเริ่มโย้ไปด้านหน้าพร้อมจะทลายลงบนพื้นทั้งอย่างนั้น ยามากุจิหลับตาด้วยความหวาดเสียว แต่สิ่งที่กลัวก็ไม่ได้เกิดขึ้น

มือใหญ่ของเพื่อนเคยสนิทข้างหนึ่งดันแผ่นหลังของเขาเอาไว้ อีกข้างดันสมุด ประคองให้กลับเข้าที่

"โง่"

ยามากุจิถึงกับได้ยินเสียง 'ปึ้ด' ในหู แต่ที่ทำได้ก็แค่อ้าปากค้างก่อนกัดริมฝีปากพลางสบถสวนด้วยความเจ็บใจ พอสึกิชิมะช่วยแบ่งเอาไปถือครึ่งหนึ่งเลยหมดอารมณ์จะซาบซึ้งไปโดยปริยาย

ชอบทำท่าว่าเท่นักหนา...ก็เท่จริงๆ นั่นแหละ...แต่พอถอยออกมาจากที่ที่เคยยืนแล้วก็รู้สึกเข้าใจความหมั่นไส้ของคนอื่นๆ ขึ้นมาทันที

สึกิชิมะเดินนำไปจนถึงห้องพักครู กะว่าส่งของเสร็จตามมอบหมายก็จะรีบกลับทันที แต่วิบากกรรมก็ยังไม่จบสิ้น เมื่ออาจารย์ขอให้ช่วยเรียงสมุดทั้งหมดตามเลขที่ให้ด้วย

กว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปอีกครู่ใหญ่ พอกลับออกมา ถึงจะยังไม่เย็นมาก แต่บนอาคารก็แทบไม่เหลือใครให้เห็นแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในห้องเรียน มีแค่กระเป๋าของเขากับสึกิชิมะเท่านั้นที่ยังวางทิ้งไว้

โต๊ะของยามากุจิอยู่ริมหน้าต่างค่อนไปทางหลังห้อง เขาจึงต้องเดินเข้าไปลึกกว่าสึกิชิมะที่โต๊ะอยู่แถวถัดจากประตูมาเพียงแถวเดียว

บรรยากาศน่าอึดอัดยังคงดำเนินไปอยู่อย่างนั้น แต่อีกไม่ช้าก็จะหลุดพ้นแล้ว...คิดได้ดังนั้น ยามากุจิก็รีบยกประเป๋าขึ้นสะพายเตรียมพร้อมกลับบ้าน ทว่าพอหันกลับไปเท่านั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องน่าปวดหัวยังไม่จบไม่สิ้น

ร่างสูงโปร่งของสึกิชิมะยืนขวางประตูอยู่ ดูก็รู้ว่าทำอย่างมีจุดประสงค์ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ อย่าว่าแต่คิดจะคุยเลย เอาแค่เรื่องเผชิญหน้า เขายังไม่อยากจะจินตนาการด้วยซ้ำ...

ในเมื่อโดนดักที่หลังห้อง ยามากุจิจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปทางประตูหน้าห้องแทน แต่สึกิชิมะก็ไม่ได้ยอมง่ายๆ คิ้วของคนหน้านิ่งกระตุกเข้าหากันคล้ายจะไม่ชอบใจเอามาก

"ถอยไปนะ! สึก..สึกิชิมะ!" คนตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อยพยายามฮึดไล่ ชื่อก็เกือบจะเรียกผิดเรียกถูก

"มาคุยกันเดี๋ยวนี้เลย" สึกิชิมะเปล่งรังสีหงุดหงิดหนักกว่าเดิมพร้อมกับเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาแน่น

"ไม่คุย!" ยามากุจิยื้อคืน เรี่ยวแรงสูสีกันทำเอาแขนที่งัดกันไปมาสั่นทั้งสองฝ่าย

"นายจะแปลกเกินไปแล้วนะ!" ยามากุจิที่ท้อจนอยากจะยอมแพ้เต็มแก่ตะโกนว่า

ดูเหมือนสึกิชิมะจะโกรธ...เพราะทันทีที่เขาเริ่มผ่อนแรงลงได้นิดเดียว ฝ่ายนั้นก็ฉุดกระชากลากถูอย่างไม่ปรานีปราศรัย ผลักจนหลังกระแทกแนบกับผนังด้านในอย่างรวดเร็ว

"สึกิชิมะ!" ยามากุจิดิ้นรน เพียงคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องอีกฝ่ายคราวก่อน หัวใจก็เต้นระทึกอย่างบ้าคลั่ง

"อย่านะ!" คนที่คิดล่วงหน้าไปเองเผลอร้องออกมาด้วยความตระหนก ยามากุจิไม่รู้ตัวว่าหน้าตัวเองขึ้นสีจนเห็นชัดขนาดไหน เห็นปฏิกิริยาทั้งหมดนี้แล้ว สึกิชิมะก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาทันที

"คิดอะไรอยู่หือ? ยามากุจิ"

ยามากุจิรู้จักรอยยิ้มแบบนี้...สึกิชิมะจะยิ้มเจ้าเล่ห์เวลาที่เจอจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ดวงตาวาววับที่จับจ้องมายิ่งยืนยันความคิดได้เป็นอย่างดี

หมายความว่าสึกิชิมะเจอช่องโจมตีเขาแล้วน่ะสิ!

"ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย! ถ้าจะคุยก็ปล่อยฉันสักทีสิ" พอเลิกเป็นลูกไล่แล้ว ยามากุจิก็คิดว่าจะต่อต้านให้สมกับที่ควรจะเป็น โดนกั้นเอาไว้กับผนังอย่างนี้ ฝ่ายเสียเปรียบก็ได้แต่พยายามดิ้นกุกกักด้วยความอึดอัด

"สึกิชิมะ!" ยามากุจิเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด กะจะให้เป็นนัยๆ ว่าจะเอาจริงแล้ว แต่นอกจากจะไม่เดือดร้อน คนตัวสูงกว่ากลับยิ่งเบียดเข้ามาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง พอเงยหน้านึกจะลองต่อว่าแรงๆ ดูบ้าง ยามากุจิก็ร้องเสียงแทบหลง

"สึกิชิม้า---!!!" ฝ่ายถูกคุกคามหน้าตื่นตาโต หดคอเบียดตัวประหนึ่งจะแทรกหนีเข้าไปในผนัง

ใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้แค่นี้! ใกล้แค่นี้! ใกล้เกินไป!

"อย่า! ออกไปเลย! ออกไปนะ! นายจะทำอะไรของนายอีก?!" ยามากุจิตัวแข็งทื่อ ได้แต่หลับตาหันหน้าหลบสุดชีวิต ทีแรกก็คิดจะสู้ แต่แบบนี้เขาไปไม่เป็นจริงๆ

"หนวกหู" เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นกระซิบบอก ลมหายใจอุ่นรดต้นคอ เพียงเท่านั้นสึกิชิมะก็จัดการกับความวุ่นวายได้ "คิดว่าฉันจะทำอะไรนาย บ้าหรือเปล่า?"

พอถูกย้อนแบบนั้น ยามากุจิ ทาดาชิก็แทบจะตบหน้าเรียกสติตัวเอง เขาลืมตา หันหน้ากลับไป ยังคิดอยู่ว่าจะบอกให้อีกคนถอยออกไปเสียที แต่แล้วก็เสียรู้...

คนที่รอจังหวะอยู่โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดริมฝีปากลงประทับ เนื้อนิ่มหยุ่นประกบกันและกันแนบแน่น ยามากุจิผงะหนีทันที

"อยะ..." เปล่งได้เพียงเสียงสั้นๆ แล้วก็ถูกกลืนหายไปอีก...เหมือนกับเย็นวันนั้นไม่มีผิด

แขนที่เคยกั้นขังเขาเอาไว้ย้ายลงมาโอบเอว ขณะเดียวกันปลายลิ้นก็สอดไล้เข้ามาเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับคนด้อยประสบการณ์ราวกับจะกลั่นแกล้ง ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น วี่แววขัดขืนทั้งหมดก็หายไปไม่มีเหลือ

ลมหายใจของฝ่ายถูกฉวยโอกาสหอบสะท้าน หน้าแดงก่ำ สมองตื้อมึนงง เรี่ยวแรงหดหายจนต้องเกาะบ่าคนตัวสูงกว่าเอาไว้ เขาสับสนไปหมด อยากจะวิ่งหนีออกไปก็ติดว่ายังโดนจับตัวอยู่ และลองหนีแล้วโดนจับได้สิ รับรองว่าต้องโดนเล่นงานจากคนนิสัยเสียซึ่งจะต้องแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเข้าแน่ๆ

ทั้งที่รูปร่างไม่ได้แพ้กันมาก แต่ใจเขามันปลาซิวสิ้นดี...ยามากุจิคิดแล้วก็กัดริมฝีปากมองค้อนอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างไม่รู้ตัว

"นายจะเอายังไง?"

ทั้งที่คิดว่าเขาควรจะเป็นคนถาม แต่ดันเป็นเจ้าคนตัวสูงจอมอวดดีตรงหน้าเสียนี่ที่พูดออกมาหน้าตาเฉย

"อ..เอายังไง หมายความว่ายังไง?" ยามากุจิเกือบจะเบะแล้วปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ด้วยความอึดอัดใจแต่ก็กลั้นไว้ "นายนั่นแหละ มีแต่นายที่ทำอะไรบ้าๆ แล้วจะมาถามฉันว่าจะเอายังไงได้ยังไง!" ยิ่งพูดยิ่งโมโหอย่างบอกไม่ถูก

"เผื่อจะลืมไปแล้ว..." สึกิชิมะวางแขนกั้นตัวเขาเอาไว้อีกครั้ง "ใครล่ะ...ที่เริ่มก่อน ใครที่พูดคำว่าชอบออกมา พอฉันสนองก็มาทำท่าจะเป็นจะตาย"

ความอดทนหมดลงในที่สุด ยามากุจิผลักอกฝ่ายตรงข้ามเต็มแรงจนสึกิชิมะเซถอยออกไป

"อย่ามาพูดชุ่ยๆ นะไอ้บ้า!" เขาตวาด แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเสียอย่างนั้น "ถึงฉันจะพูดอย่างนั้น แล้วมันบ้าอะไรของนายถึงได้มาทำกับฉันแบบนี้ มาจับตัว มาขู่ มาจูบ มาทำตามใจชอบ สนุกมากนักหรือไง?! น่าขยะแขยงที่สุด!"

ชุดแรกจบไปพร้อมกับลมหายใจเหนื่อยหอบ ตาเศร้าจ้องตาเย็นชาคู่นั้นด้วยความขัดเคือง "เรื่องที่ฉันเคยพูดไป มันเป็นป้ายบอกให้นายมาทำแบบนี้กับฉันแค่นั้นสินะ หลายปีที่รู้จักกัน นายรู้แค่นี้เองใช่ไหม..."

ยามากุจิทั้งโกรธทั้งเสียใจจนในหัวได้ยินเสียงวิ้งๆ...นี่มันอะไรกัน ที่เขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้มันเพราะอะไรกันแน่ แต่เขาจะไม่คิดให้เปลืองสมองอีกแล้ว ใครลงมือคนนั้นมันก็ผิดนั่นแหละ

"ไอ้บ้าสึกกี้! ไอ้งี่เง่า!"

 

แล้วยามากุจิ ทาดาชิก็ด่าเพื่อนสมัยเด็กเต็มเสียงก่อนหอบกระเป๋าวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต

 

 

 

TBC...

 

 

poupeegirl fashion brand community